โอนทรัพย์สินเป็นทุน ต้องเสียภาษีไหม? วิธีตีราคาและเอกสารที่ต้องเตรียม

การนำรถยนต์ เครื่องจักร คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ หรือทรัพย์สินอื่นมาลงเป็นทุนในบริษัท สามารถทำได้ในบางกรณี แต่ต้องดูทั้งเรื่องมูลค่าทรัพย์สิน การโอนกรรมสิทธิ์ ภาษีเงินได้ และภาษีมูลค่าเพิ่ม เพราะผลทางภาษีแตกต่างกันตามลักษณะของทรัพย์สินและที่มาของทรัพย์สินนั้น

โอนทรัพย์สินเป็นทุน คืออะไร?

โอนทรัพย์สินเป็นทุน คือ การที่ผู้ลงทุนนำทรัพย์สินมาใช้เป็นสิ่งตอบแทนในการลงทุน แทนที่จะนำเงินสดมาชำระค่าหุ้นทั้งหมด
ตัวอย่างเช่น บริษัทมีทุนที่ต้องชำระ 1,000,000 บาท ผู้ถือหุ้นอาจไม่ได้ชำระทั้งหมดด้วยเงินสด แต่ตกลงนำเครื่องจักร รถยนต์ หรือทรัพย์สินบางประเภทมาใช้แทนเงินค่าหุ้นตามมูลค่าที่ตกลงและสามารถรองรับได้ด้วยเอกสาร

ในทางธุรกิจจึงควรแยกคำว่า “โอนทรัพย์สินเป็นทุน” ออกจาก “ขายทรัพย์สินให้บริษัท” ให้ชัด เพราะแม้ปลายทางคือทรัพย์สินเข้าไปอยู่ในบริษัทเหมือนกัน แต่รูปแบบธุรกรรมและผลทางภาษีอาจต่างกัน

ตัวอย่างง่าย ๆ

โอนทรัพย์สินเป็นทุน

ผู้ลงทุนได้รับหุ้นหรือสิทธิในกิจการตอบแทน

ขายทรัพย์สินให้บริษัท

บริษัทซื้อทรัพย์สินและมีเจ้าหนี้หรือจ่ายเงินให้ผู้ขาย

ให้บริษัทใช้ฟรี

กรรมสิทธิ์อาจยังเป็นของผู้ถือหุ้น ต้องดูข้อตกลงและผลทางภาษี

ให้เช่าทรัพย์สินแก่บริษัท

บริษัทจ่ายค่าเช่าและมีประเด็นค่าใช้จ่าย/หัก ณ ที่จ่าย/ภาษีอื่น

การแยกธุรกรรมให้ถูกตั้งแต่แรกช่วยลดปัญหาในอนาคต เช่น บัญชีทรัพย์สินไม่ตรงกับกรรมสิทธิ์ ไม่มีหลักฐานที่มาของราคาทรัพย์สิน หรือบันทึกทุนกับรายการบัญชีไม่สัมพันธ์กัน

โอนทรัพย์สินเป็นทุน ทำได้ไหม?

ทำได้ในบางรูปแบบ โดยกฎหมายธุรกิจไทยรองรับการนำทรัพย์สินมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของการลงทุน แต่รายละเอียดแตกต่างกันตามประเภทนิติบุคคลและวิธีจัดตั้งหรือเพิ่มทุน
สำหรับห้างหุ้นส่วน กฎหมายเปิดให้สิ่งที่นำมาลงหุ้นอาจเป็นเงิน ทรัพย์สิน หรือในบางกรณีแรงงานได้ ส่วนบริษัทจำกัดสามารถมีหุ้นที่ถือว่าได้รับชำระด้วยสิ่งอื่นนอกจากเงินได้ตามเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องกับการจัดตั้งและการออกหุ้น

ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่แค่ “เอาทรัพย์สินมาแทนเงินได้ไหม” แต่คือ:

  • ทรัพย์สินนั้นเป็นของผู้ลงทุนจริงหรือไม่
  • สามารถโอนกรรมสิทธิ์ให้บริษัทได้หรือไม่
  • มูลค่าที่กำหนดสมเหตุสมผลหรือไม่
  • ผู้ถือหุ้นหรือผู้เกี่ยวข้องยอมรับมูลค่านั้นหรือไม่
  • มีเอกสารรองรับการได้มาและมูลค่าหรือไม่
  • ทรัพย์สินต้องจดทะเบียนโอนหรือไม่
  • การโอนมีภาษีหรือค่าธรรมเนียมใดตามมาหรือไม่

กฎหมายยังให้ความสำคัญกับการไม่กำหนดค่าทรัพย์สินที่นำมาลงแทนเงินค่าหุ้นสูงเกินกว่ามูลค่าที่แท้จริงโดยทุจริตด้วย

ความรู้จากประสบการณ์ที่นำมาใช้กับทุกบทความ

ด้วยประสบการณ์ด้านบัญชีและภาษีมากกว่า 20 ปี KPCS Accounting นำความเข้าใจจากการดูแลธุรกิจจริงมาถ่ายทอดเป็นบทความด้านบัญชี ภาษี กฎหมายธุรกิจ
และเรื่องสำคัญสำหรับผู้ประกอบการเนื้อหาถูกจัดทำให้เข้าใจง่าย และเชื่อมโยงกับสถานการณ์ที่ผู้ประกอบการพบในการดำเนินธุรกิจ
เพื่อช่วยให้สามารถนำข้อมูลไปใช้ประกอบการตัดสินใจและเตรียมความพร้อมได้อย่างเหมาะสม

ทรัพย์สินอะไรสามารถนำมาเป็นทุนได้บ้าง?

ทรัพย์สินที่นำมาใช้เป็นทุนได้อาจมีหลายประเภท ขึ้นอยู่กับลักษณะกิจการและความสามารถในการโอนกรรมสิทธิ์ เช่น

  • รถยนต์
  • รถบรรทุก
  • เครื่องจักร
  • คอมพิวเตอร์
  • อุปกรณ์สำนักงาน
  • เฟอร์นิเจอร์
  • เครื่องมือและอุปกรณ์ในการผลิต
  • สินค้า
  • ที่ดิน
  • อาคาร
  • สิทธิในทรัพย์สินบางประเภท

ในทางปฏิบัติ ไม่ได้หมายความว่าทรัพย์สินทุกชิ้นควรนำมาเป็นทุนเสมอไป เพราะต้องพิจารณาด้วยว่าทรัพย์สินนั้น จำเป็นต่อกิจการหรือไม่ มีมูลค่าเท่าใด และมีค่าใช้จ่ายในการโอนหรือไม่ ตัวอย่างเช่น รถยนต์อาจมีขั้นตอนเรื่องการเปลี่ยนชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ ขณะที่ที่ดินหรืออาคารจะเกี่ยวข้องกับการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม ณ สำนักงานที่ดิน รวมถึงภาษีและค่าธรรมเนียมเฉพาะของอสังหาริมทรัพย์

ทรัพย์สินที่นำมาเป็นทุน ต้องตีราคาอย่างไร?

การตีราคาทรัพย์สินเป็นหนึ่งในจุดที่ควรระวังที่สุด เพราะราคาที่ใช้เป็นฐานอาจเกี่ยวข้องกับทุนของบริษัท การบันทึกบัญชี ค่าเสื่อมราคา และการตรวจสอบทางภาษีในภายหลัง
โดยทั่วไปควรมีเหตุผลและหลักฐานรองรับมูลค่า เช่น

  • ราคาซื้อเดิม
  • อายุการใช้งาน
  • สภาพของทรัพย์สิน
  • ราคาตลาดของทรัพย์สินประเภทเดียวกัน
  • ราคาประเมิน
  • ใบเสนอราคาหรือข้อมูลราคาจากบุคคลภายนอก
  • รายงานประเมินราคาในกรณีทรัพย์สินมูลค่าสูง
  • ราคาประเมินราชการในกรณีที่กฎหมายกำหนด

ไม่ควรตั้งราคาจากความต้องการเพิ่มทุนเพียงอย่างเดียว เช่น รถยนต์มีราคาตลาด 500,000 บาท แต่กำหนดมูลค่า 1,500,000 บาทเพียงเพื่อให้ทุนจดทะเบียนสูงขึ้น เพราะอาจก่อให้เกิดปัญหาด้านเอกสาร บัญชี และกฎหมายภายหลัง สำหรับธุรกรรมทางภาษีบางกรณี กฎหมายยังใช้หลัก ราคาตลาด ในการพิจารณามูลค่าทรัพย์สินหรือค่าตอบแทนด้วย

โอนทรัพย์สินเป็นทุน ต้องเสียภาษีไหม?

ไม่มีคำตอบเดียวว่าเสียหรือไม่เสียทุกกรณี เพราะต้องดูอย่างน้อย 4 เรื่อง:

  • ผู้โอนเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล
  • ทรัพย์สินเป็นสังหาริมทรัพย์หรืออสังหาริมทรัพย์
  • ทรัพย์สินได้มาเพื่อใช้เอง หรือมีไว้เพื่อค้าหรือหากำไร
  • ผู้โอนอยู่ในระบบ VAT หรือธุรกรรมอยู่ในข่าย VAT หรือไม่

จึงไม่ควรดูเพียงว่า “โอนทรัพย์สินเข้าบริษัท” แล้วสรุปทันทีว่าต้องเสียภาษี หรือไม่เสียภาษี

บุคคลธรรมดาโอนทรัพย์สินเข้าบริษัท ต้องเสียภาษีเงินได้ไหม?

หากเป็น สังหาริมทรัพย์ที่ได้มาโดยไม่ได้มุ่งในทางการค้าหรือหากำไร เงินได้จากการขายหรือโอนทรัพย์สินบางกรณีอาจได้รับยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามมาตรา 42(9)
กรมสรรพากรมีแนววินิจฉัยกรณีบุคคลธรรมดาโอนสังหาริมทรัพย์ที่เคยใช้ในการประกอบกิจการให้บริษัท โดยเห็นว่า หากทรัพย์สินนั้นได้มาโดยไม่ได้มุ่งค้าหรือหากำไร เงินได้จากการโอนอาจได้รับยกเว้นตามมาตรา 42(9) แต่ถ้าทรัพย์สินเป็นของที่มีไว้เพื่อขายหรือได้มาเพื่อการค้า ผลทางภาษีย่อมต่างออกไป
ดังนั้นคำถามที่ควรตรวจจริง ๆ คือ: “ตอนที่ซื้อทรัพย์สินชิ้นนี้มา ซื้อมาเพื่ออะไร?”

  • ซื้อรถไว้ใช้ส่วนตัว
  • ซื้อเครื่องจักรไว้ใช้ในกิจการ
  • ซื้อสินค้ามาเพื่อขายต่อ
  • ซื้อทรัพย์สินเพื่อลงทุนหรือเก็งกำไร

ข้อเท็จจริงเหล่านี้มีผลต่อการพิจารณาภาษี

โอนรถยนต์เข้าบริษัท ต้องเสียภาษีไหม?

การนำรถยนต์ส่วนตัวเข้าเป็นทรัพย์สินของบริษัทเป็นคำถามที่พบบ่อยมาก
ควรแยกตรวจอย่างน้อย 4 เรื่อง:

  • รถเป็นกรรมสิทธิ์ของใคร
  • รถถูกซื้อมาเพื่อใช้ส่วนตัวหรือเพื่อค้าหากำไร
  • จะนำรถมาเป็นทุนหรือขายให้บริษัท
  • บริษัทจะใช้รถเพื่อกิจการอะไร

หากรถเป็นสังหาริมทรัพย์ที่บุคคลธรรมดาได้มาโดยไม่ได้มุ่งค้าหรือหากำไร อาจเข้าหลักยกเว้นเงินได้ตามมาตรา 42(9) แต่ยังต้องดูข้อเท็จจริงเฉพาะกรณี Royal Decree
นอกจากนี้ หากบริษัทจะนำรถไปใช้ในกิจการ ยังต้องพิจารณาการบันทึกเป็นทรัพย์สิน ค่าเสื่อมราคา ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับรถ และประเด็นภาษีซื้อที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์แต่ละประเภทด้วย

โอนเครื่องจักรหรืออุปกรณ์เข้าบริษัท ต้องเสีย VAT ไหม?

อาจเสียหรือไม่เสียก็ได้ ขึ้นอยู่กับสถานะของผู้โอนและลักษณะการโอน
ตัวอย่างแนววินิจฉัยของกรมสรรพากรเคยพิจารณากรณีบุคคลธรรมดาโอนทรัพย์สินที่ใช้ในกิจการให้บริษัท และเห็นว่าการโอนทรัพย์สินดังกล่าวในข้อเท็จจริงนั้นไม่เข้าลักษณะเป็นการขายสินค้าโดยผู้ประกอบการตามมาตรา 77/2(1) จึงไม่อยู่ในบังคับ VAT Royal Decree แต่ไม่ควรนำแนววินิจฉัยนี้ไปใช้กับทุกกรณี เพราะหากผู้โอนเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียน VAT และทรัพย์สินเกี่ยวข้องกับกิจการที่อยู่ในระบบ VAT ผลอาจแตกต่างกัน

ดังนั้นก่อนโอนควรตรวจว่า:

  • ผู้โอนจด VAT หรือไม่
  • ทรัพย์สินอยู่ในกิจการ VAT หรือไม่
  • เป็นทรัพย์สินถาวรหรือสินค้าที่มีไว้ขาย
  • เป็นการโอนทรัพย์สินบางรายการหรือโอนกิจการทั้งหมด
  • มีข้อยกเว้นเฉพาะตามกฎหมายหรือไม่

โอนที่ดินหรืออาคารเป็นทุน ต้องดูอะไรบ้าง?

อสังหาริมทรัพย์มีประเด็นมากกว่าสังหาริมทรัพย์ เพราะต้องมีการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ และอาจเกี่ยวข้องกับ:

  • ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย
  • ภาษีธุรกิจเฉพาะ
  • อากรแสตมป์
  • ค่าธรรมเนียมการโอน
  • ราคาประเมิน
  • ราคาซื้อขาย
  • ระยะเวลาที่ถือครอง
  • ลักษณะว่าการโอนเป็นทางค้าหรือหากำไรหรือไม่

กรมสรรพากรระบุว่าการขายอสังหาริมทรัพย์บางกรณีภายใน 5 ปีนับจากวันที่ได้มาอาจเข้าลักษณะการขายเป็นทางค้าหรือหากำไรและอยู่ในบังคับภาษีธุรกิจเฉพาะ เว้นแต่เข้าเงื่อนไขยกเว้นตามกฎหมาย Royal Decree ดังนั้น ถ้าเป็นที่ดิน อาคาร หรืออสังหาริมทรัพย์ ไม่ควรใช้หลักเดียวกับรถ เครื่องจักร หรืออุปกรณ์สำนักงาน

โอนทรัพย์สินเป็นทุน กับขายทรัพย์สินให้บริษัท แบบไหนต่างกัน?

นี่เป็นจุดที่เจ้าของธุรกิจควรตัดสินใจก่อนจดทะเบียน

โอนเป็นทุน

ทรัพย์สินใช้แทนเงินค่าหุ้น

ขายให้บริษัท

บริษัทซื้อทรัพย์สินจากผู้ถือหุ้น

ให้เช่า

กรรมสิทธิ์ยังอยู่กับผู้ถือหุ้น

ให้ใช้ฟรี

ต้องกำหนดสิทธิการใช้และเอกสารให้ชัด

ไม่มีวิธีใดเหมาะกับทุกธุรกิจ

หากนำทรัพย์สินเป็นทุน บริษัทจะมีทรัพย์สินตั้งแต่เริ่มต้น แต่ทุนอาจสูงโดยที่บริษัทไม่ได้มีเงินสดเท่ากับทุนทั้งหมด
หากลงเงินสดก่อนแล้วค่อยซื้อทรัพย์สินจากผู้ถือหุ้น บริษัทอาจบริหารเงินทุนได้ง่ายกว่า แต่ต้องตรวจผลทางภาษีของการขายทรัพย์สินแยกต่างหาก

ตัวอย่าง: เอารถมูลค่า 600,000 บาทเข้าเป็นทุนบริษัท

สมมติผู้ถือหุ้นมีรถยนต์หนึ่งคัน ซึ่งมีมูลค่าตลาดประมาณ 600,000 บาท และต้องการนำรถมาใช้ในบริษัท
ก่อนดำเนินการควรตรวจ:
1. กรรมสิทธิ์
รถเป็นชื่อผู้ถือหุ้นจริงหรือไม่
2. มูลค่า
มีหลักฐานสนับสนุนว่าราคาประมาณ 600,000 บาทสมเหตุสมผลหรือไม่
3. รูปแบบธุรกรรม
จะนำมาเป็นทุน หรือขายให้บริษัท
4. ภาษีของผู้โอน
รถถูกซื้อมาใช้ส่วนตัวหรือมีไว้เพื่อการค้า
5. VAT
ผู้โอนเป็นผู้ประกอบการ VAT หรือไม่ และการโอนอยู่ในข่าย VAT หรือไม่
6. บัญชีบริษัท
บริษัทจะบันทึกต้นทุนทรัพย์สิน ค่าเสื่อมราคา และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องอย่างไร
จึงไม่ควรทำเพียงเอกสารระบุว่า “นำรถมาลงทุน 600,000 บาท” โดยไม่มีหลักฐานประกอบ

เอกสารอะไรที่ควรเตรียมก่อนนำทรัพย์สินมาเป็นทุน?

เอกสารที่ควรเตรียมขึ้นอยู่กับประเภททรัพย์สิน แต่โดยทั่วไปอาจประกอบด้วย:

  • หลักฐานกรรมสิทธิ์
  • ใบเสร็จหรือเอกสารซื้อเดิม
  • ใบกำกับภาษีเดิม ถ้ามี
  • รูปถ่ายและรายละเอียดทรัพย์สิน
  • หมายเลขเครื่อง / Serial Number
  • เลขทะเบียนรถ
  • โฉนดหรือเอกสารสิทธิ
  • ราคาประเมิน
  • หลักฐานราคาตลาด
  • มติผู้ถือหุ้นหรือเอกสารบริษัท
  • เอกสารเพิ่มทุน หากเป็นกรณีเพิ่มทุน
  • เอกสารการโอนกรรมสิทธิ์
  • หลักฐานการรับทรัพย์สินของบริษัท

ทรัพย์สินมูลค่าสูงควรมีเอกสารรองรับมูลค่าให้ชัดเจน เพราะอาจถูกตรวจสอบทั้งในด้านบัญชี ภาษี และสิทธิความเป็นเจ้าของ

บันทึกบัญชีทรัพย์สินที่รับมาเป็นทุนอย่างไร?

เมื่อบริษัทได้รับทรัพย์สินมาแล้ว ควรบันทึกให้ตรงกับลักษณะของธุรกรรม เช่น

  • ทรัพย์สินถาวร
  • สินค้าคงเหลือ
  • ที่ดิน
  • อาคาร
  • เครื่องจักร
  • ยานพาหนะ
  • อุปกรณ์สำนักงาน

และต้องเชื่อมโยงกับบัญชีทุนหรือรายการที่เกิดจากการรับทรัพย์สินนั้น
หลังจากนั้น ทรัพย์สินที่มีอายุการใช้งานอาจมีเรื่อง ค่าเสื่อมราคา เข้ามาเกี่ยวข้อง โดยต้องคำนวณตามหลักบัญชีและหลักภาษีที่ใช้กับทรัพย์สินประเภทนั้น

สิ่งที่ควรตรวจให้ชัดก่อนโอนทรัพย์สินเข้าบริษัท

ก่อนดำเนินการ แนะนำให้ตอบคำถาม 7 ข้อนี้ให้ได้ก่อน:

  • ทรัพย์สินเป็นของใคร?
  • ซื้อมาเพื่ออะไร?
  • ราคาปัจจุบันเท่าไร?
  • จะโอนเป็นทุนหรือขายให้บริษัท?
  • ต้องจดทะเบียนเปลี่ยนกรรมสิทธิ์หรือไม่?
  • ผู้โอนมีภาระภาษีอะไร?บริษัทจะบันทึกทรัพย์สินอย่างไร?

ถ้าคำตอบเหล่านี้ยังไม่ชัด ไม่ควรรีบกำหนดมูลค่าและจดทะเบียน เพราะการแก้ย้อนหลังอาจยุ่งยากกว่าการวางโครงสร้างให้ถูกตั้งแต่ต้น

สรุป: โอนทรัพย์สินเป็นทุน ต้องดูทั้งกฎหมาย บัญชี และภาษี

การโอนทรัพย์สินเป็นทุนสามารถเป็นทางเลือกสำหรับเจ้าของกิจการที่มีทรัพย์สินอยู่แล้วและต้องการนำมาใช้ในบริษัท แต่ไม่ควรมองเฉพาะจำนวนทุนจดทะเบียน
สิ่งที่ควรพิจารณาร่วมกันคือ:

  • ประเภททรัพย์สิน
  • กรรมสิทธิ์
  • ราคาตลาด
  • วิธีการลงทุน
  • ภาษีเงินได้
  • VAT
  • ภาษีธุรกิจเฉพาะในกรณีที่เกี่ยวข้อง
  • ค่าธรรมเนียมการโอน
  • การบันทึกบัญชี
  • ค่าเสื่อมราคา

โดยเฉพาะ อสังหาริมทรัพย์ ทรัพย์สินมูลค่าสูง และทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับกิจการ VAT ควรตรวจรายละเอียดก่อนดำเนินการทุกครั้ง

FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการโอนทรัพย์สินเป็นทุน

A: ได้ในบางรูปแบบ โดยสามารถนำทรัพย์สินมาใช้แทนเงินค่าหุ้นได้ตามเงื่อนไขของการจัดตั้งหรือเพิ่มทุน แต่ต้องกำหนดมูลค่าทรัพย์สินอย่างเหมาะสม มีหลักฐานรองรับ และดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์ให้ถูกต้อง

A: ได้ หากสามารถโอนกรรมสิทธิ์รถให้บริษัทและกำหนดมูลค่าได้อย่างสมเหตุสมผล แต่ควรตรวจผลทางภาษี การบันทึกบัญชี และค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับรถก่อนดำเนินการ

A: ทำได้ หากเครื่องจักรเป็นทรัพย์สินของผู้ลงทุน มีมูลค่าที่สามารถประเมินได้ และมีเอกสารรองรับการโอนให้บริษัท

A: ควรมีหลักฐานรองรับมูลค่า เช่น ราคาตลาด ราคาซื้อเดิม อายุการใช้งาน หรือรายงานประเมินราคา โดยเฉพาะทรัพย์สินที่มีมูลค่าสูง

A: อาจเสียหรือไม่เสียขึ้นอยู่กับประเภททรัพย์สิน ผู้โอน ลักษณะการได้มาของทรัพย์สิน และรูปแบบการโอน จึงไม่ควรสรุปจากคำว่า “โอนเข้าบริษัท” เพียงอย่างเดียว

A: หากเป็นสังหาริมทรัพย์ที่บุคคลธรรมดาได้มาโดยไม่ได้มุ่งในทางการค้าหรือหากำไร อาจได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ตามมาตรา 42(9) แต่ต้องพิจารณาข้อเท็จจริงของทรัพย์สินแต่ละรายการ Royal Decree

A: ไม่สามารถตอบว่าเสียทุกกรณี ต้องดูว่าผู้โอนเป็นผู้ประกอบการ VAT หรือไม่ ทรัพย์สินเกี่ยวข้องกับกิจการใด และธุรกรรมเข้าลักษณะการขายสินค้าในระบบ VAT หรือไม่ Royal Decree

A: ทำได้ในบางกรณี แต่ต้องมีการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ และอาจเกี่ยวข้องกับภาษีเงินได้ ภาษีธุรกิจเฉพาะ อากรแสตมป์ และค่าธรรมเนียมการโอน จึงควรคำนวณต้นทุนทั้งหมดก่อนดำเนินการ Royal Decree

A: ขึ้นอยู่กับโครงสร้างทุน สภาพคล่องของบริษัท ประเภททรัพย์สิน และผลทางภาษี หากต้องการให้บริษัทมีเงินสดสำหรับดำเนินงาน การลงเงินสดแล้วซื้อทรัพย์สินภายหลังอาจมีข้อดีบางกรณี แต่ต้องตรวจภาษีของธุรกรรมขายแยกต่างหาก

A: ทรัพย์สินที่มีอายุการใช้งานและเข้าเงื่อนไขเป็นทรัพย์สินเสื่อมราคา โดยทั่วไปต้องบันทึกค่าเสื่อมตามหลักบัญชีและหลักภาษีที่เกี่ยวข้อง ส่วนที่ดินโดยทั่วไปไม่ใช่ทรัพย์สินที่คิดค่าเสื่อมราคา

A: อาจทำได้ แต่ควรมีหลักฐานอื่นที่ช่วยพิสูจน์กรรมสิทธิ์และมูลค่า เช่น เอกสารทะเบียน ภาพถ่าย สัญญา หลักฐานการชำระเงิน หรือหลักฐานราคาตลาด เพื่อให้การรับรู้ทรัพย์สินมีหลักฐานรองรับ

A: ทำได้ในบางโครงสร้าง แต่ต้องดำเนินการตามขั้นตอนการเพิ่มทุน การออกหุ้น และการรับชำระค่าหุ้น รวมถึงตรวจผลทางภาษีของการโอนทรัพย์สินในวันที่ทำรายการ

A: ต้องตรวจกรรมสิทธิ์ มูลค่ารถ รูปแบบการโอน และผลทางบัญชีภาษีก่อนดำเนินการ โดยบริษัทควรมีเอกสารรองรับการรับทรัพย์สินและการบันทึกบัญชี

A:
การเพิ่มทุนด้วยเงินสดทำให้บริษัทได้รับเงินเพื่อใช้ดำเนินงาน ส่วนการเพิ่มทุนด้วยทรัพย์สินทำให้บริษัทได้รับสินทรัพย์แทนเงินสด จึงต้องพิจารณามูลค่า การโอนกรรมสิทธิ์ และผลทางภาษีเพิ่มเติม

แหล่งอ้างอิงหลัก

กรมสรรพากร — แนววินิจฉัยกรณีโอนทรัพย์สินจากบุคคลธรรมดาให้บริษัท Royal Decree
กรมสรรพากร — แนววินิจฉัยเรื่องสังหาริมทรัพย์ที่ไม่ได้มุ่งค้าหรือหากำไร และอสังหาริมทรัพย์ Royal Decree
กรมสรรพากร — แนววินิจฉัยกรณีการโอนทรัพย์สินและภาษีที่เกี่ยวข้อง Royal Decree
กรมสรรพากร — คู่มือเดิมเกี่ยวกับการโอนทรัพย์สินเป็นทุนจดตั้ง/เพิ่มทุน ซึ่งเป็นมาตรการเฉพาะช่วงเวลาในอดีต ไม่ควรนำสิทธิยกเว้นเดิมมาใช้กับธุรกรรมปัจจุบันโดยอัตโนมัติ Royal Decree

ปรึกษาทีมงาน KPCS Accounting

แจ้งบริการที่ต้องการหรือข้อมูลเบื้องต้นของกิจการ ทีมงานจะติดต่อกลับเพื่อแนะนำบริการและประเมินขอบเขตงานที่เหมาะสม