ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา คืออะไร? ใครต้องเสียภาษีและคำนวณอย่างไร

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเป็นภาษีที่เกี่ยวข้องกับผู้มีรายได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นพนักงานประจำ ฟรีแลนซ์ เจ้าของกิจการบุคคลธรรมดา ผู้ประกอบอาชีพอิสระ หรือผู้มีรายได้จากทรัพย์สินและการลงทุน การทำความเข้าใจประเภทเงินได้พึงประเมิน ค่าใช้จ่าย ค่าลดหย่อน วิธีคำนวณภาษี และหน้าที่ในการยื่นแบบ จะช่วยให้ผู้มีรายได้เตรียมข้อมูลและวางแผนภาษีได้อย่างถูกต้อง

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาคืออะไร?

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา คือ ภาษีที่จัดเก็บจากรายได้ของบุคคลตามที่กฎหมายกำหนด โดยคำนวณจากเงินได้สุทธิหลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนตามเงื่อนไข
ผู้ที่เกี่ยวข้องกับภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาไม่ได้มีเฉพาะพนักงานเงินเดือนเท่านั้น แต่ยังรวมถึงผู้ที่มีรายได้จากหลายรูปแบบ เช่น รายได้จากการรับจ้าง การประกอบธุรกิจ ค่าเช่า เงินปันผล หรือรายได้จากการลงทุน โดยเงินได้แต่ละประเภทอาจมีหลักเกณฑ์ในการหักค่าใช้จ่าย ค่าลดหย่อน และวิธีคำนวณภาษีที่แตกต่างกัน

ตัวอย่างผู้มีรายได้ที่อาจเกี่ยวข้องกับภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ได้แก่

  • พนักงานบริษัท
  • เจ้าของกิจการบุคคลธรรมดา
  • ฟรีแลนซ์และผู้รับจ้างอิสระ
  • ผู้ประกอบอาชีพอิสระ
  • นักลงทุน
  • ผู้มีรายได้จากทรัพย์สินและการลงทุน

ใครบ้างที่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา?

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาไม่ได้พิจารณาจากอาชีพเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับประเภทของรายได้ จำนวนเงินได้ และเงื่อนไขตามกฎหมาย ผู้ที่มีรายได้หลายกลุ่มอาจมีหน้าที่ต้องยื่นแบบและชำระภาษีแตกต่างกัน

  • มีเงินได้ถึงเกณฑ์หรือไม่
  • เป็นเงินได้ประเภทใด
  • มีหน้าที่ตามกฎหมายหรือไม่

กลุ่มผู้มีรายได้ที่เกี่ยวข้อง เช่น
พนักงานประจำ มีรายได้จากเงินเดือน โบนัส ค่าคอมมิชชั่น หรือค่าตอบแทนจากนายจ้าง
ฟรีแลนซ์และผู้รับจ้างอิสระ มีรายได้จากการรับงาน เช่น นักออกแบบ นักเขียน โปรแกรมเมอร์ ที่ปรึกษา หรือผู้ให้บริการออนไลน์
เจ้าของกิจการบุคคลธรรมดา มีรายได้จากการขายสินค้า การให้บริการ ร้านค้า หรือธุรกิจส่วนตัว
ผู้มีรายได้จากทรัพย์สินและการลงทุน เช่น ค่าเช่า ดอกเบี้ย เงินปันผล หรือผลตอบแทนจากการลงทุน

เงินได้พึงประเมินคืออะไร?

เงินได้พึงประเมิน คือ รายได้ที่กฎหมายกำหนดให้นำมารวมเพื่อคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา โดยประเภทของเงินได้จะมีผลต่อวิธีหักค่าใช้จ่ายและการคำนวณภาษี
แบ่งเป็น 8 ประเภท:

  • เงินเดือน ค่าจ้าง
  • รับทำงานให้
  • ค่าแห่งกู๊ดวิลล์ ลิขสิทธิ์
  • ดอกเบี้ย เงินปันผล
  • ค่าเช่า
  • วิชาชีพอิสระ
  • รับเหมาธุรกิจ
  • การพาณิชย์ เกษตร อุตสาหกรรม

ค่าใช้จ่ายในการคำนวณภาษีคืออะไร?

ก่อนนำรายได้ไปคำนวณภาษี ผู้มีเงินได้สามารถหักค่าใช้จ่ายตามประเภทเงินได้ที่กฎหมายกำหนด โดยค่าใช้จ่ายที่หักได้จะแตกต่างกันตามลักษณะของรายได้ เช่น เงินเดือน รายได้จากการรับจ้าง วิชาชีพอิสระ ค่าเช่า หรือรายได้จากการประกอบธุรกิจ การหักค่าใช้จ่ายมีความสำคัญ เพราะช่วยให้ได้ เงินได้สุทธิ ซึ่งเป็นฐานที่นำไปคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ไม่ใช่นำรายได้ทั้งหมดมาคิดภาษีทันที ตัวอย่างเช่น

  • รายได้จากเงินเดือน สามารถหักค่าใช้จ่ายตามอัตราที่กฎหมายกำหนด
  • รายได้จากการรับจ้างหรือประกอบอาชีพอิสระ วิธีหักค่าใช้จ่ายขึ้นอยู่กับลักษณะของเงินได้และประเภทงานที่ได้รับ
  • รายได้จากธุรกิจหรือการค้าขาย อาจเกี่ยวข้องกับการพิจารณาต้นทุน ค่าใช้จ่าย และหลักฐานประกอบรายการ

ดังนั้น ก่อนคำนวณภาษีควรแยกประเภทของรายได้ให้ถูกต้อง เพราะเงินได้แต่ละประเภทมีหลักเกณฑ์การหักค่าใช้จ่ายแตกต่างกัน

ความรู้จากประสบการณ์ที่นำมาใช้กับทุกบทความ

ด้วยประสบการณ์ด้านบัญชีและภาษีมากกว่า 20 ปี KPCS Accounting นำความเข้าใจจากการดูแลธุรกิจจริงมาถ่ายทอดเป็นบทความด้านบัญชี ภาษี กฎหมายธุรกิจ
และเรื่องสำคัญสำหรับผู้ประกอบการเนื้อหาถูกจัดทำให้เข้าใจง่าย และเชื่อมโยงกับสถานการณ์ที่ผู้ประกอบการพบในการดำเนินธุรกิจ
เพื่อช่วยให้สามารถนำข้อมูลไปใช้ประกอบการตัดสินใจและเตรียมความพร้อมได้อย่างเหมาะสม

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาคำนวณอย่างไร?

รายได้ทั้งปี
↓
หักค่าใช้จ่าย
↓
หักค่าลดหย่อน
↓
เงินได้สุทธิ
↓
คำนวณตามอัตราภาษีแบบขั้นบันได

อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแบบขั้นบันได

หลังจากคำนวณ เงินได้สุทธิ แล้ว จะนำไปคำนวณภาษีตามอัตราภาษีแบบขั้นบันได โดยเงินได้แต่ละช่วงจะใช้อัตราภาษีแตกต่างกัน ไม่ได้คิดจากรายได้ทั้งหมดด้วยอัตราเดียว

0 – 150,000 บาท

ยกเว้นภาษี

150,001 – 300,000 บาท

5%

300,001 – 500,000 บาท

10%

500,001 – 750,000 บาท

15%

750,001 – 1,000,000 บาท

20%

1,000,001 – 2,000,000 บาท

25%

2,000,001 – 5,000,000 บาท

30%

เกิน 5,000,000 บาท

35%

อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเป็นอัตราแบบขั้นบันได หมายความว่าแต่ละช่วงของเงินได้สุทธิจะถูกคำนวณด้วยอัตราที่แตกต่างกัน ไม่ใช่นำเงินได้ทั้งหมดไปคูณด้วยอัตราสูงสุด

ตัวอย่างการคำนวณ

หากมีเงินได้สุทธิ 800,000 บาท จะไม่ได้ถูกคิดภาษี 15% ทั้งจำนวน แต่จะคำนวณแยกตามช่วงเงินได้แบบขั้นบันได เช่น เงินได้ช่วงแรกได้รับยกเว้น ช่วงถัดไปคำนวณตามอัตราที่กำหนด จนได้เป็นจำนวนภาษีที่ต้องชำระจริง

ภ.ง.ด.90 กับ ภ.ง.ด.91 ต่างกันอย่างไร?

ภ.ง.ด.91

ผู้มีรายได้ประเภทอื่นนอกจากเงินเดือน เช่น ธุรกิจ ฟรีแลนซ์ ค่าเช่า หรือมีรายได้หลายประเภท

ภ.ง.ด.90

ผู้มีรายได้จากเงินเดือนหรือค่าจ้างประเภทเดียว

รายได้เท่าไหร่ต้องเสียภาษี?

ไม่ได้ดูจากรายได้อย่างเดียว ต้องดู:

  • ค่าใช้จ่าย
  • ค่าลดหย่อน
  • เงินได้สุทธิ

เพราะบางคนรายได้เท่ากัน แต่อัตราภาษีที่ต้องจ่ายอาจต่างกัน

ค่าลดหย่อนภาษีมีอะไรบ้าง?

ค่าลดหย่อนภาษีเป็นสิทธิที่ช่วยลดจำนวนเงินได้สุทธิก่อนนำไปคำนวณภาษี ผู้เสียภาษีแต่ละคนอาจมีสิทธิแตกต่างกันตามสถานะครอบครัว การทำประกัน การลงทุน และเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด

  • ค่าลดหย่อนส่วนตัว
  • คู่สมรส
  • บุตร
  • ประกันชีวิต
  • ประกันสุขภาพ
  • กองทุน
  • ดอกเบี้ยบ้าน
  • เงินบริจาค

ฟรีแลนซ์ต้องเสียภาษีไหม?

ฟรีแลนซ์ถือเป็นผู้มีรายได้เช่นเดียวกับผู้ประกอบอาชีพอื่น หากมีรายได้ถึงเกณฑ์ อาจมีหน้าที่ต้องยื่นแบบและชำระภาษีตามกฎหมาย

เจ้าของร้านค้าเสียภาษีอะไรบ้าง?

เจ้าของร้านค้าหรือผู้ประกอบธุรกิจบุคคลธรรมดาอาจเกี่ยวข้องกับภาษีหลายประเภท เช่น ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจากรายได้ของกิจการ ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) หากเข้าเงื่อนไข และภาษีหัก ณ ที่จ่ายในกรณีที่มีการจ่ายเงินตามประเภทที่กฎหมายกำหนด

เอกสารที่ควรเตรียมก่อนยื่นภาษี

  • หนังสือรับรองเงินเดือน 50 ทวิ
  • รายได้จากงานต่าง ๆ
  • หลักฐานค่าลดหย่อน
  • ใบเสร็จประกัน
  • เอกสารกองทุน
  • เอกสารดอกเบี้ยบ้าน

FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

A: ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา คือ ภาษีที่จัดเก็บจากรายได้ของบุคคลตามที่กฎหมายกำหนด เช่น เงินเดือน ค่าจ้าง รายได้จากธุรกิจ รายได้จากการรับจ้าง หรือรายได้จากทรัพย์สิน โดยคำนวณจากเงินได้หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนตามเงื่อนไข

A: ผู้ที่มีรายได้ตามเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดอาจมีหน้าที่ต้องยื่นแบบและชำระภาษี เช่น พนักงานเงินเดือน ฟรีแลนซ์ เจ้าของกิจการบุคคลธรรมดา ผู้ประกอบอาชีพอิสระ หรือผู้มีรายได้จากทรัพย์สินและการลงทุน โดยต้องพิจารณาประเภทเงินได้และจำนวนเงินได้ของแต่ละบุคคล

A: การเสียภาษีไม่ได้ดูจากเงินเดือนเพียงอย่างเดียว แต่ต้องคำนวณจากเงินได้สุทธิหลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนแล้ว หากเงินได้สุทธิไม่ถึงเกณฑ์ที่กำหนด อาจไม่มีภาษีต้องชำระ แต่บางกรณียังอาจมีหน้าที่ต้องยื่นแบบภาษีตามเงื่อนไข

A: การคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาโดยทั่วไปเริ่มจากนำรายได้ทั้งปีมาหักค่าใช้จ่ายตามประเภทเงินได้ จากนั้นหักค่าลดหย่อนที่มีสิทธิได้รับ จะได้เป็นเงินได้สุทธิ แล้วนำไปคำนวณตามอัตราภาษีแบบขั้นบันได
สูตรพื้นฐาน: เงินได้ทั้งปี – ค่าใช้จ่าย – ค่าลดหย่อน = เงินได้สุทธิ

A: ภ.ง.ด.90 และ ภ.ง.ด.91 เป็นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่ใช้ต่างกัน
ภ.ง.ด.91 ใช้สำหรับผู้ที่มีรายได้จากเงินเดือนหรือค่าจ้างเพียงประเภทเดียว
ภ.ง.ด.90 ใช้สำหรับผู้ที่มีรายได้ประเภทอื่นนอกเหนือจากเงินเดือน เช่น รายได้จากธุรกิจ ฟรีแลนซ์ ค่าเช่า หรือรายได้อื่นตามกฎหมายกำหนด

A: ฟรีแลนซ์ถือเป็นผู้มีรายได้ประเภทหนึ่ง หากมีรายได้ถึงเกณฑ์ตามกฎหมาย อาจมีหน้าที่ต้องยื่นแบบภาษีและชำระภาษี โดยต้องพิจารณาประเภทงาน รายได้ และสิทธิหักค่าใช้จ่ายตามประเภทเงินได้

A: รายได้จากการขายสินค้าออนไลน์ถือเป็นรายได้ที่ต้องนำมาพิจารณาภาษี หากมีรายได้ถึงเกณฑ์ อาจมีหน้าที่ต้องยื่นภาษี โดยต้องจัดเก็บข้อมูลรายรับ รายจ่าย และเอกสารที่เกี่ยวข้องเพื่อใช้ประกอบการคำนวณภาษี

A: โดยทั่วไปควรเตรียมข้อมูลรายได้ เอกสารรับรองรายได้ หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (เช่น 50 ทวิ) หลักฐานค่าลดหย่อน และข้อมูลส่วนตัวที่ใช้ในการยื่นแบบภาษีผ่านระบบออนไลน์

A: กรณีไม่มีรายได้อาจไม่มีภาษีต้องชำระ แต่หน้าที่ในการยื่นแบบขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและเงื่อนไขของกฎหมาย เช่น เคยมีรายได้ระหว่างปีหรือมีหน้าที่ยื่นแบบจากประเภทเงินได้บางอย่างหรือไม่

A: หากพบว่ายื่นภาษีผิด ควรตรวจสอบว่าผิดจากข้อมูลส่วนใด เช่น รายได้ ค่าใช้จ่าย ค่าลดหย่อน หรือการกรอกข้อมูล จากนั้นดำเนินการแก้ไขตามขั้นตอนของกรมสรรพากร โดยควรเก็บเอกสารหลักฐานประกอบการแก้ไขให้ครบถ้วน

แหล่งอ้างอิงหลัก

กรมสรรพากร — ความรู้เกี่ยวกับภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
กรมสรรพากร — เงินได้พึงประเมินและการหักค่าใช้จ่าย
กรมสรรพากร — แบบแสดงรายการ ภ.ง.ด.90 และ ภ.ง.ด.91

ปรึกษาทีมงาน KPCS Accounting

แจ้งบริการที่ต้องการหรือข้อมูลเบื้องต้นของกิจการ ทีมงานจะติดต่อกลับเพื่อแนะนำบริการและประเมินขอบเขตงานที่เหมาะสม