ส่วนลดหรือค่าลดหย่อน ต้องออกใบกำกับภาษีอย่างไร? กรณีร้านค้าออนไลน์และ Marketplace

ส่วนลดในร้านค้าออนไลน์ไม่ได้คำนวณ VAT เหมือนกันทุกกรณี ต้องดูว่าใครเป็นผู้ให้ส่วนลด ร้านได้รับเงินจริงเท่าไร และส่วนลดเกิดขึ้นตอนไหน ก่อนออกใบกำกับภาษีให้ถูกต้อง

ส่วนลดหรือค่าลดหย่อน ต้องออกใบกำกับภาษีอย่างไร? กรณีร้านค้าออนไลน์และ Marketplace

การขายสินค้าผ่าน Shopee, Lazada หรือ Marketplace มักมีโปรโมชั่น เช่น Flash Sale คูปอง ส่วนลดร้านค้า ส่วนลดจากแพลตฟอร์ม หรือแคมเปญที่ลูกค้าจ่ายเงินน้อยกว่าราคาปกติ ปัญหาคือ ยอดที่ลูกค้าจ่าย ยอดที่ร้านได้รับ และยอดขายที่ต้องนำไปออกใบกำกับภาษี อาจไม่เท่ากัน ดังนั้นก่อนออกใบกำกับภาษี ต้องตอบให้ได้ก่อนว่า
ใครเป็นคนออกส่วนลด และร้านได้รับหรือมีสิทธิได้รับเงินจากการขายทั้งหมดเท่าไร

สรุปสั้น ๆ ส่วนลดต้องออกใบกำกับภาษียอดไหน?

ถ้า ร้านค้าเป็นผู้ให้ส่วนลดแก่ลูกค้าในขณะขาย และแสดงส่วนลดไว้ชัดเจนในใบกำกับภาษี สามารถคำนวณ VAT จากราคาหลังหักส่วนลดได้ ตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร
แต่ถ้า แพลตฟอร์มหรือคู่ค้าเป็นผู้ออกเงินชดเชยส่วนลดให้ร้าน จนสุดท้ายร้านได้รับหรือมีสิทธิได้รับราคาขายเต็ม กรณีที่ข้อเท็จจริงเข้าลักษณะนี้ ฐาน VAT อาจต้องพิจารณาจากมูลค่าทั้งหมดที่ร้านได้รับหรือพึงได้รับ ไม่ใช่เฉพาะยอดที่ลูกค้าจ่ายเอง นี่คือจุดที่ร้านค้าออนไลน์มักบันทึกผิด

ความรู้จากประสบการณ์ที่นำมาใช้กับทุกบทความ

ด้วยประสบการณ์ด้านบัญชีและภาษีมากกว่า 20 ปี KPCS Accounting นำความเข้าใจจากการดูแลธุรกิจจริงมาถ่ายทอดเป็นบทความด้านบัญชี ภาษี กฎหมายธุรกิจ
และเรื่องสำคัญสำหรับผู้ประกอบการเนื้อหาถูกจัดทำให้เข้าใจง่าย และเชื่อมโยงกับสถานการณ์ที่ผู้ประกอบการพบในการดำเนินธุรกิจ
เพื่อช่วยให้สามารถนำข้อมูลไปใช้ประกอบการตัดสินใจและเตรียมความพร้อมได้อย่างเหมาะสม

1. ร้านค้าเป็นคนลดราคาให้ลูกค้าเอง

ตัวอย่าง

  • ราคาสินค้า 1,000 บาท
  • ร้านให้ส่วนลด 100 บาท
  • ลูกค้าจ่าย 900 บาท

หากเป็นส่วนลดที่ร้านให้แก่ลูกค้า ในขณะขายสินค้า ผู้ประกอบการจดทะเบียน VAT ต้องแสดงส่วนลดให้เห็นชัดในใบกำกับภาษี และคำนวณ VAT จากมูลค่าหลังหักส่วนลด
ดังนั้นหลักคิดคือ

  • ราคาสินค้า 1,000 บาท
  • หักส่วนลด 100 บาท
  • มูลค่าหลังส่วนลด 900 บาท

แล้วจึงคำนวณ VAT จากฐานที่เกี่ยวข้อง สิ่งสำคัญคือ ส่วนลดต้องปรากฏให้เห็นชัดว่าเป็นส่วนลดหรือค่าลดหย่อน

2. ให้ส่วนลดภายหลังจากขายสินค้าแล้ว

กรณีส่วนลดไม่ได้เกิดขึ้นในขณะขาย เช่น

  • ส่วนลดเงินสดเมื่อชำระเร็ว
  • ส่วนลดตามยอดซื้อ
  • ส่วนลดตามเป้าการขาย
  • โปรโมชั่นที่ทราบสิทธิภายหลัง

หลักการออกใบกำกับภาษีต่างจากส่วนลดที่ให้ทันที

คำสั่งกรมสรรพากร ป.86/2542 ระบุว่า หากเป็น ส่วนลดเงินสดหรือส่วนลดตามเป้าที่ให้ภายหลังการขาย ตอนขายต้องคำนวณ VAT จากมูลค่าสินค้าทั้งหมด โดยยังไม่หักส่วนลดดังกล่าว เพราะฉะนั้นอย่าเห็นคำว่า “ส่วนลด” แล้วหักออกจากฐาน VAT ทุกกรณีทันที ต้องดูก่อนว่าส่วนลดเกิดขึ้นเมื่อใดและมีเงื่อนไขอย่างไร

3. Marketplace เป็นคนช่วยออกส่วนลดให้ลูกค้า

กรณีนี้สำคัญมากสำหรับร้านค้าออนไลน์ สมมติ าคาขายสินค้า 1,000 บาท Marketplace ให้คูปองลูกค้า 100 บาท ลูกค้าจ่าย 900 บาท แต่ Marketplace โอนเงินให้ร้านรวมแล้ว 1,000 บาท ตามข้อตกลงของแคมเปญ ถ้าข้อเท็จจริงเป็นลักษณะนี้ ร้านไม่ได้สูญเสียรายได้ 100 บาท เพราะมีบุคคลอื่นชำระส่วนต่างแทนลูกค้า กรมสรรพากรมีข้อหารือ กค 0702/1491 ลงวันที่ 13 มีนาคม 2569 ในกรณีที่ผู้ขายลดราคาให้ลูกค้าแล้วคู่ค้าจ่ายเงินชดเชยจำนวนเท่ากับส่วนลดให้ผู้ขาย โดยวินิจฉัยว่า ผู้ขายต้องนำ มูลค่าทั้งหมดที่ได้รับหรือพึงได้รับ มาเป็นฐาน VAT ไม่ว่าจะได้รับจากลูกค้าโดยตรงหรือได้รับส่วนหนึ่งจากคู่ค้าตามข้อตกลงทางการค้า ดังนั้นคำว่า “ลูกค้าจ่ายเท่าไร ก็ออกใบกำกับภาษีเท่านั้น” ใช้ไม่ได้กับทุกกรณี

ตัวอย่างร้านค้าออนไลน์

สินค้าราคา 2,000 บาท ร้านค้าออกส่วนลดเอง 200 บาท Marketplace ออกคูปองเพิ่มเติม 100 บาท
ลูกค้าจ่ายจริง 1,700 บาท แต่ร้านได้รับเงินจากรายการขายรวม 1,800 บาท เพราะ Marketplace รับภาระส่วนลดของตนเอง 100 บาท
ต้องแยกให้ออกว่า 200 บาทแรก เป็นส่วนลดที่ร้านให้เอง ส่วน 100 บาทหลัง เป็นส่วนที่ Marketplace รับภาระแทนลูกค้า
ดังนั้นการดูเพียงยอดที่ลูกค้าจ่าย 1,700 บาทอาจทำให้บันทึกรายได้และ VAT ผิดได้

แล้วค่าคอมมิชชั่นของ Marketplace ล่ะ?

อีกเรื่องที่ทำให้ร้านค้าออนไลน์สับสนคือ Marketplace มักหักรายการต่าง ๆ ก่อนโอนเงิน เช่น

  • ค่าคอมมิชชั่น
  • ค่าธรรมเนียม
  • ค่าบริการ
  • ค่าโฆษณา
  • ค่าโปรโมชั่นบางประเภท

จึงอาจเกิดเหตุการณ์ว่า ยอดขาย 10,000 บาท แต่เงินเข้าธนาคารเพียง 8,500 บาท ไม่ได้หมายความว่ายอดขายของกิจการคือ 8,500 บาทโดยอัตโนมัติ
ต้องแยกให้ชัดระหว่าง รายได้จากการขาย กับ ค่าใช้จ่ายหรือค่าบริการที่ Marketplace หัก แล้วตรวจสอบเอกสารประกอบของแต่ละรายการ

ทำไมต้องดู Statement จาก Marketplace?

ผู้ประกอบการควรดาวน์โหลดรายงานการขายหรือ Settlement Report ของแพลตฟอร์มมาเก็บไว้ เพราะรายงานเหล่านี้ช่วยแยกได้ว่า

  • ราคาขายเท่าไร
  • ร้านลดเองเท่าไร
  • แพลตฟอร์มลดเท่าไร
  • ค่าคอมมิชชั่นเท่าไร
  • ค่าธรรมเนียมเท่าไร
  • ยอดสุทธิที่โอนเข้าธนาคารเท่าไร

การใช้เฉพาะยอดเงินเข้า Bank Statement อาจไม่เพียงพอสำหรับการบันทึกบัญชีและภาษีของร้านค้าออนไลน์

Checklist ก่อนออกใบกำกับภาษีกรณีมีส่วนลด

ก่อนออกใบกำกับภาษี ให้เช็ก 4 เรื่องนี้ก่อน

  • ราคาขายสินค้าจริงเท่าไร
  • ใครเป็นผู้ให้ส่วนลดแก่ลูกค้า
  • ร้านได้รับหรือมีสิทธิได้รับเงินทั้งหมดเท่าไร
  • ส่วนลดเกิดขึ้นขณะขายหรือเกิดขึ้นภายหลัง

เพียงแยก 4 เรื่องนี้ออกจากกัน ก็ช่วยลดความผิดพลาดเรื่องรายได้และ VAT ได้มาก

สรุป

ส่วนลดหรือค่าลดหย่อนไม่ได้ใช้หลัก VAT แบบเดียวกันทุกกรณี
หากร้านเป็นผู้ให้ส่วนลดในขณะขายและระบุส่วนลดไว้ชัดเจนในใบกำกับภาษี โดยหลักสามารถใช้มูลค่าหลังหักส่วนลดเป็นฐาน VAT ได้ แต่หากลูกค้าจ่ายเพียงบางส่วน แล้ว Marketplace หรือคู่ค้าเป็นผู้จ่ายส่วนต่างให้ร้าน ร้านต้องพิจารณามูลค่าทั้งหมดที่ได้รับหรือพึงได้รับจากการขาย ไม่ควรดูเฉพาะยอดเงินที่ลูกค้าจ่าย สำหรับร้านค้าออนไลน์จึงควรแยก ยอดขาย ส่วนลด คูปอง เงินสนับสนุน ค่าคอมมิชชั่น และยอดเงินโอน ออกจากกันให้ชัดก่อนบันทึกบัญชีและยื่น VAT

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับส่วนลดและใบกำกับภาษีสำหรับร้านค้าออนไลน์

A: หากร้านเป็นผู้ให้ส่วนลดในขณะขายและแสดงส่วนลดไว้ชัดเจนในใบกำกับภาษี ให้คำนวณ VAT จากมูลค่าหลังหักส่วนลดตามหลักเกณฑ์กรมสรรพากร

A: ไม่สามารถดูจากยอดที่ลูกค้าจ่ายเพียงอย่างเดียว ต้องดูก่อนว่าใครเป็นผู้รับภาระส่วนลด หาก Marketplace จ่ายส่วนต่างคืนให้ร้านจนร้านได้รับราคาขายเต็ม ฐาน VAT อาจต้องพิจารณาจากมูลค่าทั้งหมดที่ร้านได้รับหรือพึงได้รับ

A: ไม่ควรหักโดยอัตโนมัติ กรมสรรพากรกำหนดกรณีส่วนลดเงินสดหรือส่วนลดตามเป้าที่เกิดภายหลังการขายไว้ต่างจากส่วนลดที่ให้ในขณะขาย

A: ไม่จำเป็น เพราะยอดโอนสุทธิอาจถูกหักค่าคอมมิชชั่น ค่าธรรมเนียม หรือค่าใช้จ่ายอื่นแล้ว ควรตรวจ Settlement Report และเอกสารของแพลตฟอร์มประกอบก่อนบันทึกบัญชี

A: ควรเก็บรายงานคำสั่งซื้อ รายงาน Settlement หลักฐานส่วนลด ใบกำกับภาษี เอกสารค่าคอมมิชชั่น และหลักฐานยอดเงินที่ Marketplace โอนให้ เพื่อให้สามารถตรวจสอบยอดขายและค่าใช้จ่ายย้อนหลังได้

แหล่งอ้างอิงหลัก

กรมสรรพากร — คำสั่ง ป.86/2542 เรื่องการจัดทำใบกำกับภาษีกรณีส่วนลดและค่าลดหย่อน ดูคำสั่งกรมสรรพากร ป.86/2542
กรมสรรพากร — ข้อหารือ กค 0702/1491 ลงวันที่ 13 มีนาคม 2569 เรื่องเงินชดเชยราคาสินค้า ดูข้อหารือ กค 0702/1491

ปรึกษาทีมงาน KPCS Accounting

แจ้งบริการที่ต้องการหรือข้อมูลเบื้องต้นของกิจการ ทีมงานจะติดต่อกลับเพื่อแนะนำบริการและประเมินขอบเขตงานที่เหมาะสม