สินค้าฝากขาย บันทึกบัญชีอย่างไร? รายได้ สินค้าคงเหลือ และ VAT

สินค้าฝากขายมีทั้งประเด็นการรับรู้รายได้ สินค้าคงเหลือ และภาษีมูลค่าเพิ่ม ทำความเข้าใจหน้าที่ของผู้ฝากขายและผู้รับฝากขาย พร้อมตัวอย่างการบันทึกบัญชีและจุดที่กิจการควรตรวจสอบ

สินค้าฝากขาย บันทึกบัญชีอย่างไร? รายได้ สินค้าคงเหลือ และ VAT

การนำสินค้าไปวางขายกับห้าง ร้านค้า ตัวแทน หรือช่องทางจำหน่ายอื่น เป็นรูปแบบการขายที่พบได้บ่อยในธุรกิจซื้อมาขายไป แต่ “สินค้าฝากขาย” ไม่เหมือนกับการขายสินค้าให้ร้านค้าโดยตรง ประเด็นสำคัญคือ ต้องพิจารณาว่า ใครเป็นผู้ควบคุมสินค้า สินค้าขายให้ลูกค้าปลายทางแล้วหรือยัง และสัญญาระหว่างผู้ฝากขายกับผู้รับฝากขายกำหนดไว้อย่างไร
เพราะสิ่งเหล่านี้มีผลทั้งต่อ การรับรู้รายได้ การบันทึกสินค้าคงเหลือ ค่าใช้จ่ายหรือค่านายหน้า และภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)

สินค้าฝากขาย คืออะไร?

สินค้าฝากขาย (Consignment) คือ การที่เจ้าของสินค้าหรือ ผู้ฝากขาย (Consignor) ส่งสินค้าไปให้ ผู้รับฝากขาย (Consignee) ช่วยจำหน่ายให้แก่ลูกค้า โดยการส่งสินค้าไปยังผู้รับฝากขายไม่ได้หมายความว่าจะเกิดรายได้จากการขายทันทีเสมอไป

ในลักษณะของการฝากขาย ผู้ฝากขายมักยังสามารถเรียกสินค้าคืน ย้ายสินค้าไปยังผู้ขายรายอื่น หรือยังคงควบคุมสินค้าไว้จนกว่าจะเกิดการขายให้ลูกค้าปลายทาง
หลักการรับรู้รายได้ตาม TFRS/IFRS 15 จึงพิจารณาเรื่อง การโอนการควบคุมสินค้า (control) ไม่ใช่เพียงดูว่าสินค้าถูกขนออกจากคลังแล้วหรือไม่

ผู้ฝากขายกับผู้รับฝากขายต่างกันอย่างไร?

บทบาท

เจ้าของหรือผู้ควบคุมสินค้า

นำสินค้าไปจำหน่ายตามข้อตกลง

สินค้าฝากขาย

โดยหลักยังติดตามเป็นสินค้าของผู้ฝากขายจนกว่าจะเข้าเงื่อนไขรับรู้รายได้

ไม่ควรถือเป็นสินค้าของตนเพียงเพราะรับมาวางขาย หากไม่ได้ควบคุมสินค้า

รายได้จากการขายสินค้า

รับรู้เมื่อเข้าเงื่อนไขการรับรู้รายได้

โดยทั่วไปได้รับค่าตอบแทน/ค่านายหน้าตามสัญญา หากทำหน้าที่เป็นตัวแทน

การติดตามสต๊อก

ต้องทราบจำนวนสินค้าที่อยู่กับตัวแทน

ควรมีระบบควบคุมสินค้าที่รับฝาก

VAT

ต้องพิจารณากฎเรื่องตัวแทนและจุดความรับผิดทาง VAT

ต้องพิจารณาหน้าที่ตามสัญญาและสถานะ VAT

ความรู้จากประสบการณ์ที่นำมาใช้กับทุกบทความ

ด้วยประสบการณ์ด้านบัญชีและภาษีมากกว่า 20 ปี KPCS Accounting นำความเข้าใจจากการดูแลธุรกิจจริงมาถ่ายทอดเป็นบทความด้านบัญชี ภาษี กฎหมายธุรกิจ
และเรื่องสำคัญสำหรับผู้ประกอบการเนื้อหาถูกจัดทำให้เข้าใจง่าย และเชื่อมโยงกับสถานการณ์ที่ผู้ประกอบการพบในการดำเนินธุรกิจ
เพื่อช่วยให้สามารถนำข้อมูลไปใช้ประกอบการตัดสินใจและเตรียมความพร้อมได้อย่างเหมาะสม

ส่งสินค้าไปฝากขายแล้ว ต้องบันทึกรายได้ทันทีหรือไม่?

ไม่ควรถือว่าเกิดรายได้ทันทีเพียงเพราะส่งสินค้าไปให้ผู้รับฝากขาย หากข้อเท็จจริงยังแสดงว่าผู้ฝากขายเป็นผู้ควบคุมสินค้าอยู่
ตัวอย่างสัญญาณของการฝากขาย ได้แก่

  • ผู้ฝากขายยังสามารถเรียกสินค้าคืนได้
  • สามารถย้ายสินค้าไปยังตัวแทนหรือร้านค้าอื่นได้
  • ผู้รับฝากขายยังไม่มีภาระต้องชำระราคาสินค้าอย่างไม่มีเงื่อนไข
  • รายได้ของผู้รับฝากขายเป็นค่าตอบแทนหรือค่านายหน้าจากการขาย

แนวคิดนี้สอดคล้องกับหลัก consignment arrangement ของ IFRS 15 ซึ่งระบุว่าหากผู้รับสินค้าไม่ได้รับการควบคุมสินค้า การส่งมอบให้ตัวแทนเพียงอย่างเดียวยังไม่ทำให้ผู้ฝากขายรับรู้รายได้

แล้วสินค้าที่ฝากขายบันทึกเป็นอะไร?

หากสินค้ายังอยู่ภายใต้การควบคุมของผู้ฝากขาย สินค้านั้นยังเป็นสินค้าคงเหลือของผู้ฝากขาย
ในทางปฏิบัติ กิจการอาจแยกบัญชีหรือทะเบียนเพื่อให้ทราบว่าสินค้าอยู่ที่ไหน เช่น

  • สินค้าคงเหลือ – คลังบริษัท
  • สินค้าคงเหลือ – ฝากขายร้าน A
  • สินค้าคงเหลือ – ฝากขายร้าน B

จุดสำคัญคือ ต้องไม่ตัดสินค้าออกจากทรัพย์สินเพียงเพราะเคลื่อนย้ายสินค้าไปยังร้านผู้รับฝากขาย
การแยกสถานที่เก็บช่วยให้ตรวจนับสินค้า กระทบยอด และตรวจสอบสินค้าคงเหลือปลายงวดได้ง่ายขึ้น โดยมาตรฐานการสอบบัญชีก็ให้ความสำคัญกับการแยกสินค้าที่เป็นกรรมสิทธิ์ของบุคคลภายนอก เช่น สินค้าฝากขาย ออกจากสินค้าของกิจการเอง

ตัวอย่างการบันทึกบัญชีสินค้าฝากขาย

สมมติบริษัท A ส่งสินค้า ต้นทุน 70,000 บาท ไปฝากขายกับร้าน B และกำหนดราคาขายให้ลูกค้า 100,000 บาท
วันที่ส่งสินค้าไปฝากขาย
หากเป็นการฝากขายจริงและการควบคุมสินค้ายังอยู่กับบริษัท A ยังไม่ควรรับรู้ยอดขาย 100,000 บาท
กิจการอาจโอนรายการเพื่อควบคุมสต๊อก เช่น

  • เดบิต สินค้าฝากขาย 70,000
  • เครดิต สินค้าคงเหลือ 70,000

นี่คือการ ย้ายประเภท/สถานที่ของสินค้าคงเหลือ ไม่ใช่การบันทึกยอดขาย

เมื่อร้าน B ขายสินค้าให้ลูกค้าแล้ว

เมื่อเข้าเงื่อนไขการรับรู้รายได้ บริษัท A จึงบันทึกรายได้จากการขาย และตัดต้นทุนสินค้าที่ขาย เช่น

  • เดบิต เงินสด / ลูกหนี้ xxx
  • เครดิต รายได้จากการขาย xxx

และ

  • เดบิต ต้นทุนขาย 70,000
  • เครดิต สินค้าฝากขาย 70,000

ส่วน VAT และค่านายหน้าต้องพิจารณาแยกตามสถานะผู้ประกอบการและข้อตกลงที่เกิดขึ้นจริง

สินค้าฝากขายกับ VAT ต้องระวังเป็นพิเศษ

ตรงนี้สำคัญมาก เพราะ หลักบัญชีกับหลัก VAT อาจไม่เกิดพร้อมกัน
ภายใต้ประมวลรัษฎากร การส่งสินค้าให้ตัวแทนเพื่อขายอาจเข้าลักษณะ “ขาย” เพื่อวัตถุประสงค์ VAT และโดยทั่วไปความรับผิดอาจเกิดขึ้นเมื่อส่งมอบสินค้าให้ตัวแทน
แต่มีข้อยกเว้นสำหรับการตั้ง ตัวแทนเพื่อขาย ที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร เช่น มีสัญญาตั้งตัวแทนเป็นลายลักษณ์อักษร และคู่สัญญาเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียน VAT ตามเงื่อนไขที่กำหนด ซึ่งอาจทำให้ความรับผิดทาง VAT เกิดเมื่อ ตัวแทนส่งมอบสินค้าให้ผู้ซื้อ แทน

ดังนั้นอย่าตั้งสมมติฐานว่า

บัญชียังไม่รับรู้รายได้ = VAT ยังไม่เกิด” เสมอไป ต้องดูข้อเท็จจริงและสัญญาประกอบกัน

สัญญาฝากขายควรระบุอะไรบ้าง?

  • ผู้เป็นเจ้าของสินค้า
  • ประเภทและจำนวนสินค้าที่นำไปฝากขาย
  • ราคาขายหรือหลักเกณฑ์กำหนดราคา
  • อัตราค่านายหน้าหรือค่าตอบแทน
  • วิธีและรอบการรายงานยอดขาย
  • กำหนดเวลานำส่งเงิน
  • การคืนสินค้าที่ขายไม่ได้
  • ความรับผิดกรณีสินค้าสูญหายหรือเสียหาย
  • หน้าที่เกี่ยวกับเอกสารและภาษี
  • ระยะเวลาของสัญญา

หากต้องการใช้หลักเฉพาะเรื่องตัวแทนเพื่อขายสำหรับ VAT ต้องตรวจให้ตรงกับเงื่อนไขของกรมสรรพากร ไม่ควรอาศัยเพียงคำว่า “ฝากขาย” ที่ระบุอยู่บนเอกสารเท่านั้น

จุดที่มักบันทึกผิดเกี่ยวกับสินค้าฝากขาย

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยคือ บันทึกยอดขายทันทีที่ส่งสินค้าออกจากคลัง ทั้งที่ยังเป็นการฝากขาย อีกกรณีคือผู้ฝากขายตัดสินค้าฝากขายออกจากสินค้าคงเหลือทั้งหมด ทำให้สต๊อกปลายงวดต่ำกว่าความเป็นจริง นอกจากนี้ยังพบปัญหา เช่น

  • ไม่แยกสต๊อกตามผู้รับฝากขาย
  • ยอดขายตามรายงานตัวแทนไม่ตรงกับบัญชี
  • ไม่บันทึกสินค้าคืน
  • ค่านายหน้าไม่มีเอกสารประกอบครบ
  • จุดรับรู้รายได้กับจุดเกิด VAT ถูกนำมาใช้เป็นหลักเดียวกัน
  • สัญญาตัวแทนไม่สอดคล้องกับวิธีที่กิจการปฏิบัติจริง

Checklist สำหรับกิจการที่มีสินค้าฝากขาย

ก่อนปิดบัญชีแต่ละเดือน ควรตรวจว่า

  • สินค้าที่อยู่กับผู้รับฝากขายเหลือจำนวนเท่าใ
  • ดสินค้ารายการใดขายให้ลูกค้าแล้ว
  • มีสินค้าคืนหรือสินค้าชำรุดหรือไม่
  • รายงานการขายของผู้รับฝากตรงกับบัญชีหรือไม่
  • ค่านายหน้าและค่าใช้จ่ายมีเอกสารครบหรือไม่
  • มีการรับรู้รายได้ถูกช่วงเวลาหรือไม่
  • VAT เกิดขึ้นตามเงื่อนไขใดของกิจการ
  • สัญญาตัวแทนหรือสัญญาฝากขายยังตรงกับวิธีปฏิบัติจริงหรือไม่

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสินค้าฝากขาย

A: ในทางบัญชี ไม่ควรสรุปว่าเป็นการขายเพียงเพราะส่งสินค้าไปยังร้านค้าหรือตัวแทน ต้องพิจารณาว่าการควบคุมสินค้าได้โอนไปแล้วหรือไม่ หากยังเป็น consignment arrangement ผู้ฝากขายยังไม่รับรู้รายได้จากการส่งสินค้าเพียงอย่างเดียว

A: หากผู้ฝากขายยังควบคุมสินค้าและยังไม่เข้าเงื่อนไขการรับรู้รายได้ สินค้านั้นยังต้องติดตามเป็นสินค้าคงเหลือของผู้ฝากขาย แม้อาจจัดเก็บอยู่ที่สถานที่ของผู้รับฝากขาย

A: หากเป็นเพียงตัวแทนและไม่ได้ควบคุมสินค้านั้นโดยสาระสำคัญ ไม่ควรบันทึกเป็นสินค้าของตนเองเพียงเพราะรับสินค้ามาวางจำหน่าย แต่ควรมีทะเบียนหรือระบบควบคุมสินค้าที่รับฝากให้สามารถตรวจสอบได้

A: ต้องพิจารณารูปแบบสัญญา หากไม่ได้เข้าเงื่อนไขการตั้งตัวแทนเพื่อขายตามกฎหมายภาษี การส่งมอบสินค้าให้ตัวแทนอาจทำให้ความรับผิด VAT เกิดขึ้นตั้งแต่การส่งสินค้า แต่หากเข้าเงื่อนไขตามมาตรา 78(3) และประกาศที่เกี่ยวข้อง จุดเกิด VAT อาจเป็นเมื่อผู้รับฝากขายส่งมอบสินค้าให้ลูกค้า

A: ไม่จำเป็นเสมอไป เพราะการรับรู้รายได้ทางบัญชีพิจารณาการโอนการควบคุมสินค้า ขณะที่ VAT ต้องพิจารณาจุดความรับผิดตามประมวลรัษฎากรและเงื่อนไขของสัญญา

A: ควรนำมาประกอบการตรวจสอบสินค้าคงเหลือของผู้ฝากขาย หากสินค้านั้นยังอยู่ภายใต้การควบคุมของกิจการ แม้ว่าสินค้าจะอยู่ที่สถานที่ของผู้รับฝากขายก็ตาม

A: ในทางธุรกิจควรมีเพื่อกำหนดสิทธิ หน้าที่ ราคา ค่านายหน้า การคืนสินค้า และเอกสารให้ชัดเจน และหากต้องการใช้หลักเกณฑ์ทาง VAT สำหรับการตั้งตัวแทนเพื่อขาย กรมสรรพากรกำหนดเงื่อนไขเรื่องสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรไว้ด้วย

การจัดระบบสินค้าฝากขายช่วยลดปัญหาบัญชีและภาษี

กิจการที่มีสินค้าฝากขายหลายร้านหรือหลายสาขาควรแยกข้อมูล สินค้าคงเหลือ ยอดขาย สินค้าคืน ค่านายหน้า และเอกสารภาษี ของผู้รับฝากขายแต่ละรายให้ชัดเจน เพื่อให้สามารถกระทบยอดและปิดบัญชีได้ถูกต้อง KPCS Accounting ให้บริการด้านบัญชีและการวางระบบบัญชีสำหรับธุรกิจ สามารถช่วยตรวจสอบรูปแบบการบันทึกบัญชี เอกสาร และกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการขายสินค้าให้เหมาะกับลักษณะกิจการ

ปรึกษาทีมงาน KPCS Accounting

แจ้งบริการที่ต้องการหรือข้อมูลเบื้องต้นของกิจการ ทีมงานจะติดต่อกลับเพื่อแนะนำบริการและประเมินขอบเขตงานที่เหมาะสม