ภาษีเบื้องต้นสำหรับผู้ประกอบการ มีอะไรบ้าง? สรุปภาษีธุรกิจที่ต้องรู้

รวมความรู้ภาษีที่เจ้าของกิจการควรรู้ ตั้งแต่ภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ไปจนถึงแบบภาษีและกำหนดเวลายื่น พร้อมแนวทางเตรียมบัญชีและเอกสารภาษีสำหรับธุรกิจ

ภาษีเบื้องต้นสำหรับผู้ประกอบการ มีอะไรบ้าง?
ภาษีหลักที่ผู้ประกอบการควรรู้ ได้แก่ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) และภาษีหัก ณ ที่จ่าย รวมถึงภาษีธุรกิจเฉพาะและอากรแสตมป์ในกรณีที่เกี่ยวข้อง ธุรกิจแต่ละประเภทมีหน้าที่เสียภาษีแตกต่างกันตามรูปแบบกิจการ รายได้ และธุรกรรมที่เกิดขึ้น เช่น บริษัทต้องยื่นภาษีเงินได้นิติบุคคลตามหลักเกณฑ์ ส่วนกิจการที่มีรายรับเกินเกณฑ์ VAT และไม่เข้าข้อยกเว้นต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม

สิ่งสำคัญ: ผู้ประกอบการควรจัดทำบัญชีให้เป็นปัจจุบัน เก็บเอกสารรายรับรายจ่าย และตรวจสอบกำหนดยื่นภาษี เพื่อป้องกันการยื่นผิดหรือล่าช้า

ภาษีเบื้องต้นสำหรับผู้ประกอบการ มีอะไรบ้าง? สรุปภาษีธุรกิจที่ต้องรู้

การเริ่มต้นธุรกิจไม่ได้มีเพียงการขายสินค้า การให้บริการ และการบริหารต้นทุนเท่านั้น แต่ผู้ประกอบการยังต้องเข้าใจเรื่องภาษี เพราะภาษีแต่ละประเภทมีเงื่อนไข วิธีคำนวณ และกำหนดเวลายื่นแบบแตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของกิจการรายใหม่ บริษัทจำกัด ห้างหุ้นส่วนจำกัด หรือผู้ประกอบการ SME การมีความรู้ด้านภาษีเบื้องต้นจะช่วยให้วางแผนการเงิน จัดเตรียมเอกสาร และลดความเสี่ยงจากการยื่นภาษีผิดพลาดได้

ภาษีเบื้องต้นสำหรับผู้ประกอบการ คืออะไร?

ภาษีเบื้องต้นสำหรับผู้ประกอบการ หมายถึง ความรู้เกี่ยวกับภาษีที่เกิดจากการประกอบธุรกิจ เช่น ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีหัก ณ ที่จ่าย
ภาษีที่ต้องเสียขึ้นอยู่กับรูปแบบกิจการ ประเภทเงินได้ รายรับ และธุรกรรมที่เกิดขึ้นจริง ไม่ใช่ทุกธุรกิจจะมีหน้าที่เสียภาษีทุกประเภทเหมือนกัน

ภาษีที่ผู้ประกอบการควรรู้ มีอะไรบ้าง?

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

เจ้าของกิจการที่ประกอบธุรกิจในนามบุคคลธรรมดา

ภ.ง.ด.90, ภ.ง.ด.94

ภาษีเงินได้นิติบุคคล

บริษัทและห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล

ภ.ง.ด.50, ภ.ง.ด.51

ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)

ผู้ประกอบการที่จดทะเบียน VAT

ภ.พ.30

ภาษีหัก ณ ที่จ่าย

ผู้จ่ายเงินได้ที่มีหน้าที่หักภาษี

ภ.ง.ด.1, ภ.ง.ด.3, ภ.ง.ด.53

ภาษีธุรกิจเฉพาะ

กิจการบางประเภทที่กฎหมายกำหนด

ภ.ธ.40

อากรแสตมป์

ผู้มีหน้าที่เสียอากรตามตราสารที่กฎหมายกำหนด

ขึ้นอยู่กับประเภทตราสาร

ความรู้จากประสบการณ์ที่นำมาใช้กับทุกบทความ

ด้วยประสบการณ์ด้านบัญชีและภาษีมากกว่า 30 ปี KPCS Accounting นำความเข้าใจจากการดูแลธุรกิจจริงมาถ่ายทอดเป็นบทความด้านบัญชี ภาษี กฎหมายธุรกิจ
และเรื่องสำคัญสำหรับผู้ประกอบการเนื้อหาถูกจัดทำให้เข้าใจง่าย และเชื่อมโยงกับสถานการณ์ที่ผู้ประกอบการพบในการดำเนินธุรกิจ
เพื่อช่วยให้สามารถนำข้อมูลไปใช้ประกอบการตัดสินใจและเตรียมความพร้อมได้อย่างเหมาะสม

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับเจ้าของกิจการ

ผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจในนามบุคคลธรรมดา เช่น ร้านค้าออนไลน์ ร้านอาหาร หรือผู้ให้บริการอิสระ อาจมีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
การคำนวณภาษีขึ้นอยู่กับประเภทเงินได้ ค่าใช้จ่ายที่หักได้ ค่าลดหย่อน และหลักเกณฑ์ภาษีที่เกี่ยวข้อง
แบบภาษีที่ควรรู้ ได้แก่

  • ภ.ง.ด.90 สำหรับการยื่นภาษีประจำปีของผู้มีเงินได้ประเภทอื่นนอกเหนือจากเงินเดือนอย่างเดียว
  • ภ.ง.ด.94 สำหรับการยื่นภาษีครึ่งปีของเงินได้บางประเภทตามที่กฎหมายกำหนด

ผู้ประกอบการควรแยกบัญชีรายรับรายจ่ายของกิจการออกจากค่าใช้จ่ายส่วนตัว เพื่อให้ตรวจสอบรายได้และต้นทุนได้สะดวกขึ้น

ภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับบริษัทและห้างหุ้นส่วน

ภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับบริษัทและห้างหุ้นส่วน
บริษัทจำกัดและห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีหน้าที่เสียภาษีจากกำไรสุทธิ ต้องคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร
โดยทั่วไป อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลอยู่ที่ 20% ของกำไรสุทธิทางภาษี แต่กิจการ SME ที่เข้าเงื่อนไขอาจได้รับสิทธิใช้อัตราภาษีแบบขั้นบันได

ภ.ง.ด.50 คืออะไร?

ภ.ง.ด.50 เป็นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้นิติบุคคลประจำรอบระยะเวลาบัญชี โดยทั่วไปต้องยื่นภายใน 150 วันนับแต่วันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี
แม้บริษัทไม่มีรายได้ ก็ยังอาจมีหน้าที่ยื่นแบบและจัดทำงบการเงินตามกฎหมาย

ภ.ง.ด.51 คืออะไร?

ภ.ง.ด.51 เป็นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งรอบระยะเวลาบัญชี สำหรับนิติบุคคลที่มีหน้าที่ยื่นตามกฎหมาย
โดยทั่วไปกำหนดยื่นภายใน 2 เดือนนับแต่วันสุดท้ายของ 6 เดือนแรกของรอบระยะเวลาบัญชี
กิจการควรจัดทำบัญชีให้เป็นปัจจุบัน เพื่อใช้ประเมินผลประกอบการและคำนวณภาษีอย่างเหมาะสม

ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) คืออะไร?

ภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ VAT เป็นภาษีที่จัดเก็บจากการขายสินค้าและการให้บริการที่อยู่ในบังคับของกฎหมายภาษีมูลค่าเพิ่ม
โดยทั่วไป ผู้ประกอบการที่มีรายรับจากกิจการที่อยู่ในบังคับ VAT เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี มีหน้าที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มภายใน 30 วันนับแต่วันที่มีรายรับเกินเกณฑ์ เว้นแต่เข้าข้อยกเว้นตามกฎหมาย

VAT 7% คำนวณอย่างไร?

ตัวอย่างสมมติว่าธุรกิจขายสินค้าราคา 10,000 บาทก่อน VAT และรายการดังกล่าวอยู่ในบังคับอัตรา 7%
ราคาสินค้าก่อน VAT = 10,000 บาท
VAT 7% = 700 บาท
ราคาสินค้ารวม VAT = 10,700 บาท
ธุรกิจที่จดทะเบียน VAT ต้องคำนวณภาษีขายและภาษีซื้อที่มีสิทธิหักตามกฎหมาย เพื่อหายอดภาษีที่ต้องชำระหรือเครดิตภาษีที่เกี่ยวข้อง

ภ.พ.30 ต้องยื่นเมื่อไร?

ผู้ประกอบการจดทะเบียน VAT โดยทั่วไปต้องยื่นแบบ ภ.พ.30 เป็นรายเดือน แม้เดือนนั้นไม่มีการขายสินค้าหรือให้บริการก็ตาม
กำหนดเวลาปกติคือภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป ส่วนการยื่นออนไลน์อาจได้รับการขยายเวลาตามประกาศที่มีผลใช้บังคับ

ภาษีหัก ณ ที่จ่าย คืออะไร?

ภาษีหัก ณ ที่จ่าย คือ ภาษีที่ผู้จ่ายเงินมีหน้าที่หักจากเงินได้บางประเภทก่อนจ่ายให้ผู้รับ แล้วนำส่งกรมสรรพากร
ตัวอย่างรายการที่อาจเกี่ยวข้อง ได้แก่ เงินเดือน ค่าบริการ ค่าเช่า และค่าจ้างทำของ
อัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายไม่ได้เท่ากันทุกประเภท ต้องตรวจสอบลักษณะเงินได้ ผู้รับเงิน และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง

แบบภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่ควรรู้

ภ.ง.ด.1 ใช้สำหรับเงินได้จากการจ้างแรงงานและเงินได้บางประเภทที่เกี่ยวข้อง
ภ.ง.ด.3 ใช้สำหรับการหักภาษี ณ ที่จ่ายจากเงินได้บางประเภทที่จ่ายให้บุคคลธรรมดา
ภ.ง.ด.53 ใช้สำหรับการหักภาษี ณ ที่จ่ายจากเงินได้บางประเภทที่จ่ายให้นิติบุคคล
โดยทั่วไปต้องนำส่งภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไปสำหรับการยื่นตามกำหนดปกติ และอาจมีกำหนดเวลาขยายสำหรับการยื่นออนไลน์

ภาษีหัก ณ ที่จ่าย คืออะไร?

นอกจากภาษีหลักที่กล่าวมา ธุรกิจบางประเภทอาจมีหน้าที่เสียภาษีธุรกิจเฉพาะหรืออากรแสตมป์
ภาษีธุรกิจเฉพาะ ใช้กับกิจการบางประเภทที่กฎหมายกำหนด เช่น ธุรกิจธนาคาร และธุรกรรมอสังหาริมทรัพย์บางกรณี
อากรแสตมป์ เกี่ยวข้องกับตราสารบางประเภทตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ เช่น สัญญาเช่าหรือสัญญาจ้างทำของที่เข้าเงื่อนไข
ผู้ประกอบการควรตรวจสอบหน้าที่เสียภาษีตามธุรกรรมจริง ไม่ควรสรุปว่าทุกสัญญาหรือทุกธุรกิจต้องเสียภาษีประเภทนี้

เปิดบริษัทใหม่ ต้องเตรียมเรื่องภาษีอะไรบ้าง?

การเริ่มต้นธุรกิจในรูปแบบบริษัทควรเตรียมระบบบัญชีและภาษีตั้งแต่เริ่มดำเนินงาน
สิ่งสำคัญ ได้แก่

  • กำหนดรอบระยะเวลาบัญชีและจัดเตรียมระบบบันทึกรายการ
  • แยกบัญชีธนาคารของบริษัทออกจากบัญชีส่วนตัว
  • ตรวจสอบหน้าที่จดทะเบียน VAT
  • วางระบบออกใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จรับเงิน และใบกำกับภาษีตามกรณี
  • ตรวจสอบหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายเมื่อจ่ายเงิน
  • จัดเก็บเอกสารรายรับ รายจ่าย และหลักฐานประกอบบัญชี
  • วางแผนการยื่นแบบภาษีรายเดือน ครึ่งปี และประจำปี

การมีระบบบัญชีที่เหมาะสมช่วยให้ธุรกิจทราบผลประกอบการและลดปัญหาการรวบรวมเอกสารย้อนหลัง

ปฏิทินภาษีเบื้องต้นสำหรับธุรกิจ

ภ.ง.ด.1, 3, 53

ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป

ภ.พ.30

ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป

ภ.ง.ด.51

ภายใน 2 เดือนนับแต่สิ้น 6 เดือนแรกของรอบบัญชี

ภ.ง.ด.50

ภายใน 150 วันนับแต่สิ้นรอบบัญชี

ภ.ง.ด.90

โดยทั่วไปภายในเดือนมีนาคมของปีถัดไป

ภ.ง.ด.94

โดยทั่วไปภายในเดือนกันยายนของปีภาษีนั้น

หมายเหตุ: ตารางนี้แสดงกำหนดเวลาปกติ ไม่รวมการขยายเวลายื่นออนไลน์ วันหยุดราชการ หรือกรณีพิเศษ ควรตรวจสอบปฏิทินภาษีของกรมสรรพากรสำหรับปีที่ยื่นจริง

ข้อผิดพลาดด้านภาษีที่ผู้ประกอบการควรหลีกเลี่ยง

ไม่แยกเงินส่วนตัวกับเงินธุรกิจ ทำให้ตรวจสอบรายรับรายจ่ายยาก และอาจเกิดปัญหาในการจัดทำบัญชีหรือพิสูจน์รายการทางภาษี
ไม่ตรวจสอบเกณฑ์จดทะเบียน VAT หากธุรกิจมีรายรับเกินเกณฑ์แต่ไม่ดำเนินการจดทะเบียนตามกำหนด อาจเกิดภาระภาษีและเบี้ยปรับเงินเพิ่มตามกฎหมาย
ไม่หักภาษี ณ ที่จ่ายเมื่อมีหน้าที่ ธุรกิจควรตรวจสอบทุกครั้งว่าการจ่ายเงินเข้าข่ายต้องหักภาษีหรือไม่ และใช้อัตราที่ถูกต้อง
ยื่นแบบภาษีล่าช้า การยื่นแบบหรือชำระภาษีเกินกำหนดอาจมีค่าปรับ เบี้ยปรับ หรือเงินเพิ่ม ขึ้นอยู่กับประเภทภาษีและข้อเท็จจริง
ไม่มีเอกสารประกอบค่าใช้จ่าย ค่าใช้จ่ายทางบัญชีไม่ได้หมายความว่าจะหักเป็นรายจ่ายทางภาษีได้ทุกกรณี ธุรกิจจึงควรจัดเก็บหลักฐานและตรวจสอบเงื่อนไขการหักรายจ่าย
สรุปภาษีเบื้องต้นสำหรับผู้ประกอบการ ผู้ประกอบการควรทำความเข้าใจภาษีหลัก ได้แก่ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีหัก ณ ที่จ่าย
ธุรกิจบางประเภทอาจเกี่ยวข้องกับภาษีธุรกิจเฉพาะหรืออากรแสตมป์เพิ่มเติม การจัดทำบัญชีอย่างสม่ำเสมอ เก็บเอกสารให้ครบ และตรวจสอบกำหนดยื่นภาษี จะช่วยให้ดำเนินธุรกิจได้อย่างเป็นระบบและลดความเสี่ยงด้านภาษีในระยะยาว

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับภาษีเบื้องต้นสำหรับผู้ประกอบการ

A: ภาษีหลักที่ควรรู้ ได้แก่ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีหัก ณ ที่จ่าย โดยหน้าที่ของแต่ละธุรกิจขึ้นอยู่กับรูปแบบกิจการและธุรกรรมที่เกิดขึ้น

A: บริษัทอาจมีหน้าที่เกี่ยวกับภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีหัก ณ ที่จ่าย และ VAT หากจดทะเบียนหรือมีหน้าที่จดทะเบียน รวมถึงภาษีอื่นตามลักษณะธุรกิจ

A: โดยทั่วไปบริษัทที่ยังมีสถานะเป็นนิติบุคคลและมีหน้าที่ยื่นแบบ ต้องยื่น ภ.ง.ด.50 และจัดทำงบการเงินตามกฎหมาย แม้ไม่มีรายได้

A: โดยทั่วไปกิจการที่อยู่ในบังคับ VAT และมีรายรับเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องจดทะเบียนภายใน 30 วันนับแต่วันที่รายรับเกินเกณฑ์ เว้นแต่มีข้อยกเว้นตามกฎหมาย

A: เป็นอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มที่ใช้กับการขายสินค้าและบริการที่อยู่ในบังคับอัตราดังกล่าว โดยคำนวณจากมูลค่าที่ต้องเสียภาษีตามกฎหมาย

A: ผู้ประกอบการที่ไม่ได้จดทะเบียน VAT ไม่มีสิทธิออกใบกำกับภาษี VAT ตามกฎหมาย แต่สามารถออกเอกสารรับเงินประเภทอื่นที่ถูกต้องตามลักษณะธุรกรรมได้

A: แบบแสดงรายการภาษีเงินได้นิติบุคคลประจำรอบระยะเวลาบัญชี โดยทั่วไปต้องยื่นภายใน 150 วันนับแต่วันสิ้นรอบบัญชี

A: แบบแสดงรายการภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งรอบระยะเวลาบัญชี สำหรับกิจการที่มีหน้าที่ยื่นตามหลักเกณฑ์

A: ภาษีที่ผู้จ่ายเงินมีหน้าที่หักจากเงินได้บางประเภทก่อนจ่ายให้ผู้รับ แล้วนำส่งกรมสรรพากรตามอัตราและเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด

A: โดยทั่วไป ภ.ง.ด.3 ใช้สำหรับเงินได้บางประเภทที่จ่ายให้บุคคลธรรมดา ส่วน ภ.ง.ด.53 ใช้สำหรับเงินได้บางประเภทที่จ่ายให้นิติบุคคล

A: ผู้ประกอบการจดทะเบียน VAT โดยทั่วไปต้องยื่น ภ.พ.30 ทุกเดือน แม้ไม่มีการขายหรือให้บริการในเดือนนั้น

A: อาจต้องยื่น ภ.ง.ด.90 และ ภ.ง.ด.94 ตามประเภทเงินได้และเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด รวมถึงแบบภาษีอื่นหากมีหน้าที่

A: สำหรับบริษัทที่เสียภาษีจากกำไรสุทธิ โดยทั่วไปคำนวณจากกำไรสุทธิทางภาษี ไม่ใช่ยอดขายทั้งหมด และต้องปรับปรุงรายการตามหลักเกณฑ์ภาษี

A: อาจมีค่าปรับ เบี้ยปรับ หรือเงินเพิ่ม ขึ้นอยู่กับประเภทแบบภาษี จำนวนภาษีที่ต้องชำระ และระยะเวลาที่ล่าช้า

A: บริษัทมีหน้าที่จัดทำบัญชีและงบการเงินตามกฎหมาย โดยต้องดำเนินการผ่านผู้รับผิดชอบและผู้ทำบัญชีที่มีคุณสมบัติตามข้อกำหนด สามารถใช้ผู้ทำบัญชีภายในหรือสำนักงานบัญชีภายนอกได้

A: ควรเริ่มตั้งแต่เปิดกิจการ โดยกำหนดระบบเอกสาร รายรับรายจ่าย การหักภาษี ณ ที่จ่าย การตรวจสอบ VAT และปฏิทินยื่นแบบให้ชัดเจน

แหล่งอ้างอิงหลัก

บทความนี้เรียบเรียงโดยอ้างอิงหลักเกณฑ์และข้อมูลทางภาษีจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่
กรมสรรพากร — หลักเกณฑ์การจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม สำหรับผู้ประกอบการ รวมถึงเกณฑ์รายรับและหน้าที่ในการจดทะเบียน VAT
กรมสรรพากร — หลักเกณฑ์ภาษีเงินได้นิติบุคคล เกี่ยวกับการคำนวณภาษี การยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 และ ภ.ง.ด.51
กรมสรรพากร — ปฏิทินภาษีอากร สำหรับกำหนดเวลายื่นแบบและชำระภาษีแต่ละประเภท
กรมสรรพากร — หลักเกณฑ์ภาษีมูลค่าเพิ่ม เกี่ยวกับการจัดทำเอกสารภาษีและการยื่นแบบ ภ.พ.30
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดทำเพื่อให้ความรู้ทั่วไปด้านบัญชีและภาษี การนำไปใช้ควรพิจารณาข้อเท็จจริงของกิจการและกฎหมายที่มีผลบังคับใช้ในช่วงเวลานั้น

ปรึกษาทีมงาน KPCS Accounting

แจ้งบริการที่ต้องการหรือข้อมูลเบื้องต้นของกิจการ ทีมงานจะติดต่อกลับเพื่อแนะนำบริการและประเมินขอบเขตงานที่เหมาะสม