ภาพหนังสือเดินทางไทยพร้อมเอกสารการเดินทางและกระเป๋าเดินทาง สื่อถึงบริการขอวีซ่าเกษียณอายุ (Retirement Visa / Non-O) สำหรับชาวต่างชาติอายุ 50 ปีขึ้นไปในประเทศไทย โดย KPCS Accounting

บริการวีซ่าเกษียณอายุในประเทศไทย (Retirement Visa)

Retirement Visa Thailand – Non-Immigrant O

KPCS Accounting ให้บริการสนับสนุนการขอวีซ่าเกษียณอายุ (Retirement Visa) สำหรับชาวต่างชาติอายุ 50 ปีขึ้นไปที่ต้องการใช้ชีวิตหลังเกษียณในประเทศไทย ครอบคลุมการตรวจสอบคุณสมบัติทางการเงิน การจัดเตรียมเอกสาร และการประสานงานยื่นคำขอตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง

ไม่ว่าจะเป็นการขอวีซ่าเกษียณอายุครั้งแรก การเปลี่ยนประเภทวีซ่าเป็น Non-Immigrant O หรือการขออนุญาตอยู่ต่อด้วยเหตุผลการเกษียณอายุ ทีมงาน KPCS พร้อมช่วยประเมินแนวทางที่เหมาะสมกับสถานะการพำนักของคุณ

ค่าบริการวีซ่าเกษียณอายุในประเทศไทย
9,900 บาท สำหรับกรณีทั่วไปที่มีเอกสารครบถ้วน ไม่รวมค่าธรรมเนียมราชการและค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

วีซ่าเกษียณอายุ (Retirement Visa) คืออะไร?

วีซ่าเกษียณอายุ หรือ Retirement Visa เป็นคำเรียกรวมของวีซ่าและการอนุญาตให้พำนักในประเทศไทยสำหรับชาวต่างชาติที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไปและต้องการใช้ชีวิตหลังเกษียณ โดยไม่ประสงค์ทำงานในประเทศไทย ประเภทที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ Non-Immigrant O สำหรับการเกษียณอายุ และ Non-Immigrant O-A สำหรับการพำนักระยะยาว ซึ่งมีขั้นตอนและเอกสารแตกต่างกัน สำหรับผู้ถือ Non-Immigrant Visa ที่มีคุณสมบัติครบถ้วน สามารถยื่นขออนุญาตอยู่ต่อด้วยเหตุผลการเกษียณอายุได้ครั้งละไม่เกิน 1 ปี ตามการพิจารณาของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง

วีซ่าเกษียณอายุต้องมีเงินในบัญชีเท่าไร?
สำหรับการขออยู่ต่อด้วยเหตุผลการเกษียณอายุ โดยทั่วไปสามารถใช้หลักฐานเงินฝากในธนาคารไทยไม่น้อยกว่า 800,000 บาท หรือหลักฐานรายได้ไม่น้อยกว่า 65,000 บาทต่อเดือน หรือใช้หลักฐานเงินฝากและรายได้รวมกันไม่น้อยกว่า 800,000 บาทต่อปี ตามหลักเกณฑ์ของแต่ละวิธี

ประเภทการดำเนินการเกี่ยวกับวีซ่าเกษียณอายุ

อินโฟกราฟิกแสดง 4 ประเภทบริการวีซ่าเกษียณอายุ (Retirement Visa) ของ KPCS ได้แก่ ขอวีซ่า Non-O ครั้งแรก เปลี่ยนประเภทวีซ่าเป็น Non-O Retirement ขออนุญาตอยู่ต่อ 1 ปี และต่ออายุการพำนักเพื่อเกษียณอายุ

✓ 1. ขอวีซ่าเกษียณอายุ Non-O ครั้งแรก (Non-O Retirement Visa)
– สำหรับชาวต่างชาติอายุ 50 ปีขึ้นไปที่ต้องการเริ่มต้นพำนักในประเทศไทยด้วยเหตุผลการเกษียณอายุ โดยตรวจสอบคุณสมบัติและเอกสารตามช่องทางการยื่นคำขอ

✓ 2. เปลี่ยนประเภทวีซ่าเป็น Non-O Retirement (Visa Conversion)
– สำหรับผู้ที่อยู่ในประเทศไทยด้วยสถานะที่สามารถยื่นเปลี่ยนประเภทวีซ่าได้ และต้องการเปลี่ยนเป็น Non-Immigrant O เพื่อการเกษียณอายุ

✓ 3. ขออนุญาตอยู่ต่อ 1 ปี (Retirement Extension of Stay)
– สำหรับผู้ถือวีซ่าประเภท Non-Immigrant ที่มีคุณสมบัติครบถ้วน และต้องการยื่นขออยู่ต่อด้วยเหตุผลการเกษียณอายุครั้งละไม่เกิน 1 ปี

✓ 4. ต่ออายุการพำนักเพื่อเกษียณอายุ (Retirement Extension Renewal)
– สำหรับชาวต่างชาติที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ต่อด้วยเหตุผลการเกษียณอายุแล้ว และต้องการต่ออายุการพำนักก่อนครบกำหนด โดยต้องแสดงหลักฐานคุณสมบัติและการเงินตามข้อกำหนด

ใครบ้างที่เหมาะกับบริการนี้?

  • ชาวต่างชาติอายุ 50 ปีขึ้นไป ที่ต้องการย้ายมาใช้ชีวิตหลังเกษียณในประเทศไทย
  • ผู้รับเงินบำนาญจากต่างประเทศ ที่ต้องการใช้รายได้ประจำประกอบการยื่นขอวีซ่า
  • ผู้มีเงินฝากในธนาคารไทย ที่ต้องการใช้หลักฐานเงินฝากประกอบการขออนุญาตอยู่ต่อ
  • ผู้ถือวีซ่าประเภทอื่นในประเทศไทย ที่ต้องการตรวจสอบสิทธิในการเปลี่ยนเป็น Non-O Retirement
  • ผู้ถือวีซ่าเกษียณอายุเดิม ที่ต้องการต่ออายุการพำนักและตรวจสอบเอกสารก่อนวันหมดอายุ
  • ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือด้านเอกสาร เช่น หนังสือรับรองธนาคาร หลักฐานรายได้ และเอกสารที่พักอาศัย

คุณสมบัติเบื้องต้นในการขอวีซ่าเกษียณอายุ

  • มีอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป ณ วันที่ยื่นคำขอ ตามเกณฑ์ของประเภทวีซ่าหรือการอนุญาตให้พำนัก
  • มีสถานะวีซ่าที่เหมาะสม เช่น ถือ Non-Immigrant Visa หรือเข้าเกณฑ์การขอรับหรือเปลี่ยนประเภทวีซ่า
  • มีหลักฐานทางการเงินตามเกณฑ์ ได้แก่ เงินฝาก 800,000 บาท รายได้ 65,000 บาทต่อเดือน หรือหลักฐานเงินฝากและรายได้รวมตามเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง
  • มีหนังสือเดินทางที่ใช้ได้และเอกสารครบถ้วน รวมถึงหลักฐานที่อยู่ในประเทศไทยตามประเภทคำขอ
  • ปฏิบัติตามเงื่อนไขการพำนัก และไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายคนเข้าเมือง

สำหรับผู้ที่ใช้เงินฝาก 800,000 บาทในการขออยู่ต่อ โดยทั่วไปต้องรักษายอดเงินไม่น้อยกว่า 2 เดือนก่อนยื่นคำขอ และไม่น้อยกว่า 3 เดือนหลังได้รับอนุญาต หลังจากนั้นยอดเงินต้องไม่ต่ำกว่า 400,000 บาทตลอดช่วงเวลาที่เหลือ ตามหลักเกณฑ์ที่ใช้กับกรณีนั้น

คุณสมบัติและเงื่อนไขทางการเงินในการขอวีซ่าเกษียณอายุ

1. ใช้เงินฝากในธนาคารไทย 800,000 บาท

  • ผู้สมัครสามารถใช้หลักฐานเงินฝากในบัญชีธนาคารพาณิชย์ในประเทศไทยที่เป็นชื่อของตนเอง โดยต้องรักษายอดเงินตามระยะเวลาที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองกำหนด

2. ใช้หลักฐานรายได้หรือเงินบำนาญ 65,000 บาทต่อเดือน

  • ผู้สมัครที่มีรายได้หรือเงินบำนาญจากต่างประเทศสามารถใช้หลักฐานรายได้ตามเกณฑ์ โดยรูปแบบเอกสารรับรองขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของหน่วยงานและหลักฐานที่ยอมรับ

3. ใช้เงินฝากและรายได้รวมกัน 800,000 บาทต่อปี

  • บางกรณีสามารถใช้หลักฐานเงินฝากร่วมกับรายได้ต่อปีให้ครบจำนวนตามเกณฑ์ โดยต้องตรวจสอบเงื่อนไขของวิธีการรวมเงินและเอกสารประกอบ

4. ตรวจสอบสถานะการพำนักและที่อยู่ในประเทศไทย

  • ผู้สมัครต้องมีหลักฐานการพำนักและข้อมูลที่อยู่ตามที่หน่วยงานกำหนด รวมถึงเอกสารแจ้งที่พักอาศัยในกรณีที่เกี่ยวข้อง

5. ไม่ใช้วีซ่าเกษียณอายุเพื่อทำงาน

  • วีซ่าเกษียณอายุไม่ใช่ช่องทางสำหรับการทำงานในประเทศไทย หากต้องการทำงานควรตรวจสอบประเภทวีซ่าและการอนุญาตทำงานที่เหมาะสม

เอกสารที่ต้องเตรียมสำหรับขอวีซ่าเกษียณอายุ

เอกสารส่วนบุคคลของผู้สมัคร

  • หนังสือเดินทางฉบับจริงและสำเนาหน้าที่เกี่ยวข้อง
  • รูปถ่ายสีตามขนาดและจำนวนที่หน่วยงานกำหนด
  • สำเนาวีซ่าและตราประทับอนุญาตให้พำนักล่าสุด หากยื่นภายในประเทศไทย
  • แบบคำร้อง ตม.7 สำหรับการขออนุญาตอยู่ต่อ
  • แบบคำร้อง ตม.86 หรือ ตม.87 สำหรับการเปลี่ยนประเภทหรือขอรับการตรวจลงตรา ตามกรณี
  • หลักฐานที่อยู่ในประเทศไทย เช่น สัญญาเช่า หรือเอกสารที่พักอาศัย
  • หลักฐานการแจ้งที่พักอาศัยตามข้อกำหนด
  • เอกสารอื่นที่เกี่ยวข้องกับสถานะการพำนักปัจจุบัน

เอกสารทางการเงินและเอกสารประกอบ

  • สมุดบัญชีธนาคารไทยฉบับจริงและสำเนาหน้าที่เกี่ยวข้อง
  • หนังสือรับรองยอดเงินฝากจากธนาคารในประเทศไทย
  • รายการเดินบัญชีธนาคาร (Bank Statement) ตามช่วงเวลาที่กำหนด
  • หลักฐานการโอนเงินจากต่างประเทศ หากเกี่ยวข้องกับประเภทคำขอ
  • หนังสือรับรองเงินบำนาญหรือหลักฐานรายได้ประจำ
  • หนังสือรับรองรายได้จากสถานทูตหรือสถานกงสุล หากเป็นเอกสารที่ใช้ได้ในกรณีนั้น
  • หลักฐานเงินฝากและรายได้รวมกัน หากใช้วิธีการทางการเงินแบบผสม
  • หลักฐานการปรับยอดบัญชีหรือเอกสารยืนยันยอดเงินล่าสุดตามข้อกำหนด
  • เอกสารแปลหรือรับรองเอกสารจากต่างประเทศตามกรณี

เอกสารเพิ่มเติมสำหรับ Non-Immigrant O-A
การยื่นขอวีซ่า Non-O-A อาจต้องใช้ใบรับรองแพทย์ หนังสือรับรองประวัติอาชญากรรม และหลักฐานประกันสุขภาพที่มีความคุ้มครองตามเกณฑ์ของวีซ่าประเภทนี้

ประสบการณ์ด้านบริการวีซ่าเกษียณอายุ (Retirement Visa)

30+ ปี ประสบการณ์ด้านงานบัญชี ภาษี และธุรกิจ
45+ จังหวัด ประสบการณ์ให้บริการลูกค้าธุรกิจในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ
ให้บริการทั่วประเทศ
ให้คำปรึกษาและสนับสนุนการจัดเตรียมเอกสารวีซ่าเกษียณอายุ (Retirement Visa) สำหรับชาวต่างชาติอายุ 50 ปีขึ้นไป
ครอบคลุมการตรวจสอบคุณสมบัติทางการเงิน เอกสารธนาคาร หลักฐานรายได้ และการประสานงานตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง

ขั้นตอนการขอวีซ่าเกษียณอายุในประเทศไทย (Retirement Visa) กับ KPCS

ไอคอนอาคารบริษัทและเอกสาร แสดงการแจ้งข้อมูลเบื้องต้น

ตรวจสอบข้อมูลและสถานะวีซ่า

สอบถามอายุ สัญชาติ ประเภทวีซ่าปัจจุบัน วันหมดอายุ และวัตถุประสงค์ในการพำนัก

ไอคอนแว่นขยายตรวจสอบรายการเอกสารและคุณสมบัติสำหรับยื่นขอวีซ่า

ประเมินคุณสมบัติทางการเงิน

ตรวจสอบหลักฐานเงินฝาก รายได้หรือเงินบำนาญ และเงื่อนไขการรักษายอดเงิน

ไอคอนชุดเอกสารพร้อมเครื่องหมายถูก แสดงการเตรียมเอกสารบริษัทและผู้ยื่นวีซ่า Non-B

จัดเตรียมเอกสารประกอบ

ช่วยตรวจสอบหนังสือเดินทาง เอกสารธนาคาร แบบคำร้อง และหลักฐานที่พักอาศัย

ไอคอนหน่วยงานราชการและเอกสาร แสดงขั้นตอนสนับสนุนการยื่นคำขอวีซ่า Non-B

ประสานงานยื่นคำขอ

ให้ความช่วยเหลือด้านเอกสารและประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามขอบเขตบริการ

ไอคอนลูกศรวนรอบรายการเอกสาร แสดงการติดตามผลคำขอวีซ่าและจัดเตรียมเอกสารเพิ่มเติม

ติดตามผลและให้คำแนะนำ

แจ้งความคืบหน้า เอกสารเพิ่มเติม และข้อกำหนดเกี่ยวกับการต่ออายุ การรายงานตัว และการเดินทาง

ภาพไอค่อนหูฟัง

มีคำถามเกี่ยวกับขั้นตอนหรือเอกสารที่ต้องใช้

ปรึกษาทีมงาน KPCS Accounting ได้ฟรี ทีมงานพร้อมให้คำแนะนำตามสถานะของบริษัท

ระยะเวลาดำเนินการวีซ่าเกษียณอายุ

ระยะเวลาดำเนินการขึ้นอยู่กับประเภทคำขอ สถานะวีซ่าปัจจุบัน ความครบถ้วนของเอกสาร และการพิจารณาของหน่วยงานที่รับผิดชอบ
กรณีขอวีซ่า Non-O ครั้งแรกหรือเปลี่ยนประเภทวีซ่า อาจมีขั้นตอนและระยะเวลาต่างจากการยื่นขออนุญาตอยู่ต่อ 1 ปี
สำหรับผู้ที่ใช้หลักฐานเงินฝาก ควรวางแผนระยะเวลาการรักษายอดเงินให้ครบตามหลักเกณฑ์ก่อนยื่นคำขอ และเริ่มตรวจสอบเอกสารก่อนวันหมดอายุของการอนุญาตให้พำนัก

ราคาบริการวีซ่าเกษียณอายุ
ราคาเริ่มต้น 9,900 บาท
KPCS Accounting ให้บริการสนับสนุนการจัดเตรียมเอกสารและประสานงานเกี่ยวกับวีซ่าเกษียณอายุ โดยค่าบริการขึ้นอยู่กับประเภทคำขอ สถานะวีซ่าปัจจุบัน เอกสารทางการเงิน และความซับซ้อนของแต่ละกรณี

ราคาดังกล่าวไม่รวม

  • ค่าธรรมเนียมราชการ
  • ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)
  • ค่าแปลและรับรองเอกสาร
  • ค่าธรรมเนียมธนาคารและค่าออกหนังสือรับรอง
  • ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมตามกรณี

ข้อควรรู้ก่อนดำเนินการวีซ่าเกษียณอายุ

  • วีซ่าเกษียณอายุสำหรับผู้มีอายุ 50 ปีขึ้นไป
    • ผู้สมัครต้องมีอายุตามเกณฑ์ และต้องมีคุณสมบัติอื่นครบถ้วน ไม่ใช่เพียงมีอายุถึง 50 ปีแล้วจะได้รับอนุมัติโดยอัตโนมัติ
  • ต้องรักษายอดเงินฝากตามเงื่อนไข
    • หากใช้เงินฝาก 800,000 บาทในการขออยู่ต่อ ต้องตรวจสอบระยะเวลาการฝากและยอดเงินขั้นต่ำที่ต้องรักษาก่อนและหลังการอนุมัติ
  • Non-O และ Non-O-A มีข้อกำหนดแตกต่างกัน
    • Non-O-A มีข้อกำหนดเฉพาะเพิ่มเติม เช่น ประกันสุขภาพ ใบรับรองแพทย์ และเอกสารประวัติอาชญากรรม ขึ้นอยู่กับหลักเกณฑ์ของการยื่นคำขอ
  • ต้องตรวจสอบ Re-Entry Permit ก่อนเดินทางออกนอกประเทศ
    • ผู้ที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ต่อและต้องการเดินทางออกนอกประเทศไทย ควรตรวจสอบการขอ Re-Entry Permit เพื่อรักษาสิทธิการพำนักเดิม โดยไม่ควรสับสนกับวีซ่าแบบ Multiple Entry
  • การรายงานตัว 90 วันไม่ใช่การต่ออายุวีซ่า
    • ชาวต่างชาติที่อยู่ในประเทศไทยต่อเนื่องเกิน 90 วันและอยู่ภายใต้ข้อกำหนดต้องรายงานที่พักอาศัยตามกำหนด การรายงานตัวไม่ทำให้ระยะเวลาการอนุญาตให้พำนักเพิ่มขึ้น
  • ไม่สามารถทำงานโดยอาศัยวีซ่าเกษียณอายุ
    • หากต้องการประกอบอาชีพหรือทำงานในประเทศไทย ต้องตรวจสอบการเปลี่ยนประเภทวีซ่าและการขออนุญาตทำงานตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ทำไมต้องเลือก KPCS Accounting?

1. ตรวจสอบคุณสมบัติก่อนเริ่มดำเนินการ
ช่วยประเมินอายุ สถานะวีซ่า หลักฐานการเงิน และประเภทคำขอที่เหมาะสม
2. จัดเตรียมเอกสารอย่างเป็นระบบ
ช่วยตรวจสอบรายการเอกสารส่วนบุคคล หนังสือรับรองธนาคาร และหลักฐานรายได้เพื่อลดปัญหาเอกสารไม่ครบ
3. ให้ข้อมูลเกี่ยวกับเงื่อนไขการเงิน
ช่วยอธิบายข้อกำหนดด้านเงินฝาก รายได้ และระยะเวลาการรักษายอดเงินตามประเภทคำขอ
4. ประสานงานตามขอบเขตบริการ
ให้ความช่วยเหลือด้านเอกสารและการประสานงานในขั้นตอนที่เกี่ยวข้องกับการขอวีซ่าหรือการขออนุญาตอยู่ต่อ
5. สนับสนุนการวางแผนพำนักระยะยาว
ช่วยให้ผู้รับบริการเข้าใจข้อกำหนดที่ต้องปฏิบัติหลังได้รับอนุญาต เช่น การรายงานตัว การเดินทางออกนอกประเทศ และการต่ออายุการพำนัก

ให้ KPCS ช่วยดูแลเรื่องวีซ่าเกษียณอายุของคุณ

หากคุณมีอายุ 50 ปีขึ้นไปและต้องการพำนักในประเทศไทยหลังเกษียณ KPCS Accounting พร้อมช่วยตรวจสอบคุณสมบัติทางการเงิน จัดเตรียมเอกสารประกอบคำขอ และประสานงานเกี่ยวกับวีซ่าเกษียณอายุ (Retirement Visa) ตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง
ติดต่อ KPCS Accounting เพื่อสอบถามรายละเอียดบริการวีซ่าเกษียณอายุ

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (Immigration Bureau)
    • ข้อมูลเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การขออนุญาตอยู่ต่อด้วยเหตุผลการเกษียณอายุ แบบคำร้อง ตม.7 และเอกสารทางการเงิน
  • กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ
    • ข้อมูลเกี่ยวกับวีซ่า Non-Immigrant O และ Non-Immigrant O-A สำหรับชาวต่างชาติที่ต้องการพำนักในประเทศไทยหลังเกษียณอายุ
  • สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลไทย
    • ข้อมูลการยื่นขอวีซ่าจากต่างประเทศ รวมถึงเอกสารเฉพาะของแต่ละประเภทและพื้นที่รับคำขอ

หมายเหตุ: คุณสมบัติ เอกสาร ระยะเวลา และผลการพิจารณาขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของหน่วยงานที่รับผิดชอบ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับวีซ่าเกษียณอายุ

A: วีซ่าเกษียณอายุเป็นคำเรียกของวีซ่าและการอนุญาตให้พำนักสำหรับชาวต่างชาติอายุ 50 ปีขึ้นไปที่ต้องการใช้ชีวิตหลังเกษียณในประเทศไทย โดยประเภทที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ Non-Immigrant O และ Non-Immigrant O-A

A: ผู้สมัครต้องมีอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป และมีคุณสมบัติอื่นครบถ้วนตามประเภทวีซ่าหรือการขออนุญาตอยู่ต่อ

A: สำหรับการขออยู่ต่อด้วยเหตุผลการเกษียณอายุ โดยทั่วไปสามารถใช้หลักฐานเงินฝากในธนาคารไทยไม่น้อยกว่า 800,000 บาท โดยต้องรักษายอดเงินตามระยะเวลาที่กำหนด

A: อาจใช้หลักฐานรายได้ไม่น้อยกว่า 65,000 บาทต่อเดือน หรือใช้เงินฝากและรายได้รวมกันตามเกณฑ์ได้ ขึ้นอยู่กับประเภทคำขอและเอกสารที่หน่วยงานยอมรับ

A: สำหรับการขออยู่ต่อโดยใช้เงินฝาก โดยทั่วไปต้องรักษายอดเงินไม่น้อยกว่า 2 เดือนก่อนยื่นคำขอ และ 3 เดือนหลังได้รับอนุญาต จากนั้นต้องรักษายอดเงินไม่ต่ำกว่า 400,000 บาทตลอดช่วงเวลาที่เหลือ

A: สามารถใช้บัญชีที่เป็นไปตามข้อกำหนดของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ไม่ได้จำกัดเฉพาะธนาคารกสิกรไทยหรือธนาคารไทยพาณิชย์ โดยควรตรวจสอบประเภทบัญชีและเอกสารรับรองก่อนยื่นคำขอ

A: Non-O Retirement และ Non-O-A มีช่องทางการยื่น ระยะเวลาอนุญาต และข้อกำหนดด้านเอกสารแตกต่างกัน โดย Non-O-A มีข้อกำหนดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสุขภาพ ประวัติอาชญากรรม และประกันสุขภาพ

A: สำหรับการขออนุญาตอยู่ต่อด้วยเหตุผลการเกษียณอายุ สามารถได้รับอนุญาตครั้งละไม่เกิน 1 ปีตามการพิจารณาของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และสามารถยื่นขออยู่ต่อครั้งถัดไปได้หากยังมีคุณสมบัติครบถ้วน

A: อาจดำเนินการได้หากเข้าเกณฑ์การเปลี่ยนประเภทวีซ่าและมีระยะเวลาการอนุญาตให้พำนักเหลือเพียงพอ โดยต้องตรวจสอบสถานะปัจจุบันก่อนยื่นคำขอ

A: การขออนุญาตอยู่ต่อใช้แบบ ตม.7 ส่วนการเปลี่ยนประเภทหรือขอรับการตรวจลงตราภายในประเทศไทยอาจใช้แบบ ตม.86 หรือ ตม.87 ตามสถานะของผู้สมัคร

A: ขึ้นอยู่กับประเภทวีซ่า โดย Non-Immigrant O-A มีข้อกำหนดด้านประกันสุขภาพ ส่วนกรณี Non-O Retirement ต้องตรวจสอบหลักเกณฑ์เฉพาะของประเภทคำขอ

A: วีซ่าเกษียณอายุไม่อนุญาตให้ทำงานโดยอัตโนมัติ หากต้องการทำงานควรตรวจสอบประเภทวีซ่าและการอนุญาตทำงานที่เหมาะสมก่อนเริ่มงาน

A: ผู้ที่พำนักในประเทศไทยต่อเนื่องเกิน 90 วันและอยู่ภายใต้ข้อกำหนดต้องรายงานที่พักอาศัยต่อสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดยการรายงานตัวไม่ใช่การต่ออายุการพำนัก

A: ผู้ที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ต่อและต้องการรักษาสิทธิการพำนักเดิมควรตรวจสอบการขอ Re-Entry Permit ก่อนเดินทาง โดยพิจารณาจากสถานะวีซ่าและการอนุญาตที่ถืออยู่

A: โดยทั่วไปต้องเตรียมหนังสือเดินทาง แบบ ตม.7 รูปถ่าย หลักฐานทางการเงิน เอกสารธนาคารหรือรายได้ และหลักฐานที่พักอาศัยตามข้อกำหนด

A: ค่าบริการวีซ่าเกษียณอายุเริ่มต้น 9,900 บาท ขึ้นอยู่กับประเภทคำขอ สถานะวีซ่า และความซับซ้อนของเอกสาร โดยไม่รวมค่าธรรมเนียมราชการ ภาษีมูลค่าเพิ่ม และค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

ปรึกษาทีมงาน KPCS Accounting

แจ้งบริการที่ต้องการหรือข้อมูลเบื้องต้นของกิจการ ทีมงานจะติดต่อกลับเพื่อแนะนำบริการและประเมินขอบเขตงานที่เหมาะสม