เครดิตภาษีเงินปันผล คืออะไร? วิธีคำนวณและขอคืนภาษี

ได้รับเงินปันผลจากหุ้นแล้วต้องเสียภาษีเพิ่มหรือไม่? อธิบายเครดิตภาษีเงินปันผล การหักภาษี ณ ที่จ่าย 10% สูตรคำนวณเครดิตภาษี และวิธีเลือกยื่นภาษีให้เหมาะกับรายได้ของแต่ละคน

เครดิตภาษีเงินปันผล คืออะไร?
เครดิตภาษีเงินปันผล คือ สิทธิทางภาษีตามมาตรา 47 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร สำหรับบุคคลธรรมดาที่ได้รับเงินปันผลจากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลไทยตามเงื่อนไข โดยนำภาษีเงินได้นิติบุคคลที่เกี่ยวข้องกับกำไรซึ่งจ่ายเป็นเงินปันผลมาคำนวณเป็นเครดิตภาษี
ผู้ได้รับเงินปันผลที่ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 10% อาจเลือกให้ภาษีดังกล่าวเป็นภาษีสุดท้าย หรือเลือกนำเงินปันผลไปรวมคำนวณภาษีประจำปีเพื่อใช้เครดิตภาษีได้ตามเงื่อนไข การเลือกวิธีที่เหมาะสมควรเปรียบเทียบภาษีทั้งสองกรณีก่อนยื่นแบบ

เครดิตภาษีเงินปันผลเกิดขึ้นได้อย่างไร?

เมื่อบริษัทมีกำไรจากการดำเนินธุรกิจ บริษัทอาจต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลก่อนนำกำไรหลังภาษีมาจ่ายเป็นเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้น
เมื่อผู้ถือหุ้นบุคคลธรรมดาได้รับเงินปันผล โดยทั่วไปบริษัทผู้จ่ายจะหักภาษี ณ ที่จ่าย 10% จากเงินปันผลอีกครั้ง
กฎหมายจึงกำหนดสิทธิเครดิตภาษีเงินปันผลตามมาตรา 47 ทวิ เพื่อให้ผู้ถือหุ้นที่เลือกนำเงินปันผลไปรวมคำนวณภาษีประจำปีสามารถใช้เครดิตภาษีจากภาษีเงินได้นิติบุคคลที่เกี่ยวข้องได้ตามหลักเกณฑ์ อย่างไรก็ตาม เงินปันผลไม่ได้มีสิทธิเครดิตภาษีทุกประเภท และการใช้เครดิตภาษีไม่ได้หมายความว่าจะได้รับเงินคืนเสมอไป

เงินปันผลถูกหักภาษี 10% แล้ว ต้องยื่นภาษีอีกไหม?

สำหรับเงินปันผลจากบริษัทไทยที่เข้าเงื่อนไข ผู้ถือหุ้นบุคคลธรรมดาสามารถเลือกจัดการภาษีได้ 2 วิธี

วิธีที่ 1 เลือกภาษีหัก ณ ที่จ่าย 10% เป็นภาษีสุดท้าย

หากเงินปันผลเข้าเงื่อนไข ผู้ถือหุ้นสามารถเลือกไม่นำเงินปันผลดังกล่าวไปรวมคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปี
ตัวอย่าง
ได้รับเงินปันผล 50,000 บาท
ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 10% = 5,000 บาท
เงินปันผลสุทธิที่ได้รับ = 45,000 บาท
หากเลือกวิธีนี้ ภาษี 5,000 บาทถือเป็นภาษีสุดท้ายของเงินปันผลรายการดังกล่าว ผู้ถือหุ้นยังอาจต้องยื่นภาษีสำหรับรายได้ประเภทอื่นตามปกติ

วิธีที่ 2 นำเงินปันผลไปรวมคำนวณภาษีประจำปี

ผู้ถือหุ้นนำเงินปันผลที่เกี่ยวข้องมารวมกับเงินได้อื่น และใช้เครดิตภาษีเงินปันผลตามสิทธิที่มี
การยื่นรวมอาจทำให้ได้รับเงินคืน เสียภาษีเพิ่ม หรือไม่มีภาษีเพิ่มเติม ขึ้นอยู่กับรายได้ ค่าลดหย่อน ภาษีที่ถูกหักไว้ และเครดิตภาษีที่ใช้ได้

สูตรคำนวณเครดิตภาษีเงินปันผล

เครดิตภาษีเงินปันผล = เงินปันผล × อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล ÷ (100 − อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล)
สูตรนี้ใช้อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลที่เกี่ยวข้องกับกำไรซึ่งนำมาจ่ายเงินปันผล ไม่ใช่ใช้อัตรา 20% กับทุกกรณี

ตัวอย่างคำนวณเครดิตภาษีเงินปันผล

สมมติผู้ถือหุ้นได้รับเงินปันผล 80,000 บาท จากกำไรที่เสียภาษีเงินได้นิติบุคคล 20% และเข้าเงื่อนไขเครดิตภาษี
เครดิตภาษี = 80,000 × 20 ÷ 80
เครดิตภาษีเงินปันผล = 20,000 บาท

เงินปันผลก่อนหักภาษี

80,000 บาท

ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 10%

8,000 บาท

เงินปันผลสุทธิที่ได้รับ

72,000 บาท

เครดิตภาษีเงินปันผล

20,000 บาท

เงินได้จากรายการนี้ที่นำไปรวมคำนวณ

100,000 บาท

ภาษีหัก ณ ที่จ่ายและเครดิตภาษีรวม

28,000 บาท

ข้อควรระวัง: จำนวน 28,000 บาทไม่ใช่เงินคืนที่ได้รับโดยอัตโนมัติ แต่เป็นยอดภาษีที่นำไปใช้ในการคำนวณตามสิทธิ ก่อนสรุปผลภาษีประจำปี

ความรู้จากประสบการณ์ที่นำมาใช้กับทุกบทความ

ด้วยประสบการณ์ด้านบัญชีและภาษีมากกว่า 30 ปี KPCS Accounting นำความเข้าใจจากการดูแลธุรกิจจริงมาถ่ายทอดเป็นบทความด้านบัญชี ภาษี กฎหมายธุรกิจ
และเรื่องสำคัญสำหรับผู้ประกอบการเนื้อหาถูกจัดทำให้เข้าใจง่าย และเชื่อมโยงกับสถานการณ์ที่ผู้ประกอบการพบในการดำเนินธุรกิจ
เพื่อช่วยให้สามารถนำข้อมูลไปใช้ประกอบการตัดสินใจและเตรียมความพร้อมได้อย่างเหมาะสม

ทำไมจึงมีตัวเลขภาษีเงินปันผล 28%?

ตัวเลข 28% มาจากตัวอย่างบริษัทที่มีกำไรก่อนภาษี 100 บาท
บริษัทเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล 20 บาท เหลือกำไร 80 บาท เมื่อนำไปจ่ายเงินปันผลและหักภาษี ณ ที่จ่าย 10% จะถูกหักเพิ่มอีก 8 บาท
รวมภาษีทั้งสองระดับเป็น 28 บาท จากกำไรก่อนภาษี 100 บาท
ดังนั้น 28% จึงเป็นผลของตัวอย่างที่ใช้อัตราภาษีนิติบุคคล 20% ไม่ใช่อัตราภาษีเงินปันผลที่ใช้กับทุกบริษัท

เครดิตภาษีเงินปันผล ควรใช้หรือไม่?

การตัดสินใจควรทดลองคำนวณภาษีทั้งสองวิธี

นำเงินปันผลไปรวมคำนวณ

ไม่ต้อง หากเข้าเงื่อนไข

ต้องนำไปรวม

ใช้เครดิตภาษีเงินปันผล

ไม่ใช้

ใช้ได้ตามสิทธิ

ผลต่อฐานภาษีประจำปี

ไม่เพิ่มจากเงินปันผลที่เลือก Final Tax

เพิ่มเงินได้ที่ต้องคำนวณ

โอกาสขอคืนภาษี

ไม่ขอคืนจากรายการที่เลือก Final Tax

อาจขอคืนได้

วิธีตัดสินใจ

เปรียบเทียบภาษีสุทธิ

เปรียบเทียบภาษีสุทธิ

ผู้ที่มีรายได้ไม่สูงอาจได้รับประโยชน์จากการใช้เครดิตภาษี แต่ไม่ควรสรุปจากขั้นภาษีเพียงอย่างเดียว เพราะผลคำนวณขึ้นอยู่กับรายได้ทั้งหมดและเงื่อนไขของเงินปันผล

ใครมีสิทธิใช้เครดิตภาษีเงินปันผล?

โดยหลัก สิทธินี้เกี่ยวข้องกับบุคคลธรรมดาที่มีภูมิลำเนาหรือเป็นผู้อยู่ในประเทศไทย และได้รับเงินปันผลหรือส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย โดยต้องเข้าเงื่อนไขตามมาตรา 47 ทวิ ก่อนใช้สิทธิควรตรวจสอบว่าเงินปันผลจ่ายจากกำไรที่เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในอัตราใด และมีข้อยกเว้นหรือข้อจำกัดเฉพาะหรือไม่

เงินปันผลประเภทใดที่อาจใช้เครดิตภาษีไม่ได้?

ตัวอย่างกรณีที่ต้องตรวจสอบ ได้แก่

  • เงินปันผลที่จ่ายจากกำไรซึ่งได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล
  • เงินปันผลจากกิจการที่ได้รับสิทธิส่งเสริมการลงทุน ซึ่งอาจมีหลักเกณฑ์เฉพาะ
  • เงินส่วนแบ่งกำไรจากกองทุนรวม
  • เงินปันผลจากต่างประเทศ

แต่ละกรณีอาจมีหลักเกณฑ์ภาษีแตกต่างกัน จึงไม่ควรนำสูตรเครดิตภาษีเงินปันผลจากบริษัทไทยไปใช้กับทุกประเภทโดยอัตโนมัติ

ได้เงินปันผลหลายบริษัท เลือกใช้เครดิตเฉพาะบางบริษัทได้ไหม?

หากเลือกนำเงินปันผลที่มีสิทธิเครดิตภาษีตามมาตรา 47 ทวิ ไปรวมคำนวณภาษี ต้องนำเงินปันผลที่มีสิทธิดังกล่าวจากผู้จ่ายทุกรายในปีภาษีนั้นมารวมคำนวณตามหลักเกณฑ์
ไม่สามารถเลือกเฉพาะบริษัทที่มีเครดิตภาษีสูงที่สุดแล้วละเว้นบริษัทอื่นที่เข้าเงื่อนไขเดียวกันได้
สำหรับเงินปันผลที่ไม่มีสิทธิเครดิตภาษี ต้องพิจารณาหลักเกณฑ์เฉพาะของเงินได้ประเภทนั้น

ยื่นเครดิตภาษีเงินปันผลอย่างไร?

หากเลือกนำเงินปันผลไปรวมคำนวณภาษี โดยทั่วไปจะใช้แบบ ภ.ง.ด.90
ขั้นตอนมีดังนี้

  • รวบรวมหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายจากเงินปันผล
  • ตรวจสอบยอดเงินปันผลและอัตราภาษีนิติบุคคลที่ใช้คำนวณเครดิต
  • รวบรวมข้อมูลเงินปันผลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดในปีภาษี
  • เปรียบเทียบภาษีระหว่างวิธี Final Tax กับวิธียื่นรวม
  • กรอกเงินปันผล เครดิตภาษี และภาษีหัก ณ ที่จ่ายในแบบ ภ.ง.ด.90
  • ตรวจสอบยอดภาษีสุทธิหรือยอดขอคืนก่อนยื่นแบบ

เอกสารที่ต้องเตรียม

  • หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย
  • รายงานสรุปเงินปันผลประจำปี
  • ข้อมูลอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลที่เกี่ยวข้อง
  • เอกสารรายได้อื่น เช่น หนังสือรับรองเงินเดือน
  • เอกสารค่าลดหย่อนภาษี
  • ข้อมูลบัญชีธนาคารสำหรับรับเงินคืน หากมีสิทธิ

ข้อผิดพลาดที่ควรระวัง

เข้าใจว่าเงินปันผลทุกประเภทใช้เครดิตภาษีได้ — ต้องตรวจสอบสิทธิของแต่ละรายการก่อน
เข้าใจว่าถูกหัก 10% แล้วต้องยื่นรวมเสมอ — เงินปันผลที่เข้าเงื่อนไขอาจเลือก Final Tax ได้
คิดว่าเครดิตภาษีเท่ากับเงินคืน — ต้องคำนวณภาษีทั้งปีก่อนจึงจะทราบยอดคืนจริง
เลือกยื่นเฉพาะเงินปันผลบางบริษัท — ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขการรวมเงินปันผลจากผู้จ่ายทุกรายที่มีสิทธิ
ใช้ภาษีนิติบุคคล 20% ทุกกรณี — ต้องตรวจสอบอัตราภาษีของกำไรที่นำมาจ่ายปันผล

สรุปเครดิตภาษีเงินปันผล

เครดิตภาษีเงินปันผลเป็นสิทธิทางภาษีที่ช่วยบรรเทาภาระภาษีจากกำไรของบริษัทที่นำมาจ่ายเป็นเงินปันผลแก่ผู้ถือหุ้นบุคคลธรรมดา
ผู้ได้รับเงินปันผลที่เข้าเงื่อนไขอาจเลือกให้ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 10% เป็นภาษีสุดท้าย หรือเลือกนำเงินปันผลไปรวมคำนวณภาษีประจำปีเพื่อใช้เครดิตภาษี
ควรทดลองคำนวณทั้งสองวิธีก่อนตัดสินใจ เพราะการใช้เครดิตภาษีไม่ได้ทำให้ทุกคนเสียภาษีน้อยลงเสมอไป

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเครดิตภาษีเงินปันผล

A: เป็นสิทธิทางภาษีตามมาตรา 47 ทวิ สำหรับบุคคลธรรมดาที่ได้รับเงินปันผลตามเงื่อนไข โดยสามารถนำภาษีเงินได้นิติบุคคลที่เกี่ยวข้องมาคำนวณเป็นเครดิตภาษีเมื่อยื่นภาษีประจำปี

A: หากเป็นเงินปันผลที่เข้าเงื่อนไข สามารถเลือกให้ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 10% เป็นภาษีสุดท้าย โดยไม่นำเงินปันผลดังกล่าวไปรวมคำนวณภาษีประจำปีได้

A: อาจขอคืนได้ หากเมื่อนำเงินปันผลมารวมคำนวณภาษีและหักเครดิตภาษีกับภาษีหัก ณ ที่จ่ายแล้ว มีภาษีชำระเกิน

A: เงินปันผล × อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล ÷ (100 − อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล) โดยใช้อัตราภาษีของกำไรที่เกี่ยวข้องจริง

A: หากเลือก Final Tax และเข้าเงื่อนไข จะถูกหักภาษี 10,000 บาท แต่หากยื่นรวม ภาษีสุทธิขึ้นอยู่กับรายได้อื่น ค่าลดหย่อน และเครดิตภาษีที่ใช้ได้

A: หากเลือกนำเงินปันผลไปรวมคำนวณภาษี โดยทั่วไปใช้แบบ ภ.ง.ด.90 เพราะมีเงินได้ประเภทอื่นนอกเหนือจากเงินเดือน

A: ไม่เสมอไป ต้องตรวจสอบว่าเงินปันผลจ่ายจากกำไรประเภทใด และเข้าเงื่อนไขเครดิตภาษีตามกฎหมายหรือไม่

A: โดยทั่วไปไม่ได้รับเครดิตภาษีเงินปันผลตามมาตรา 47 ทวิ ในลักษณะเดียวกับเงินปันผลจากบริษัทไทย

A: ไม่ใช่สิทธิเดียวกับเครดิตภาษีเงินปันผลตามมาตรา 47 ทวิ ต้องพิจารณาหลักเกณฑ์ภาษีเงินได้จากต่างประเทศแยกต่างหาก

A: ควรทดลองคำนวณทั้งสองวิธี เพราะการยื่นรวมอาจทำให้มีสิทธิขอคืนภาษี แต่ผลขึ้นอยู่กับจำนวนเงินปันผลและสิทธิทางภาษีทั้งหมด

A: หากเลือกนำเงินปันผลที่มีสิทธิเครดิตภาษีไปรวมคำนวณ ต้องนำเงินปันผลที่เข้าเกณฑ์จากผู้จ่ายทุกรายมารวมตามหลักเกณฑ์ ไม่สามารถเลือกเฉพาะบางบริษัทได้

A: ภาษีหัก ณ ที่จ่ายคือภาษีที่ถูกหักเมื่อได้รับเงินปันผล ส่วนเครดิตภาษีเงินปันผลคำนวณจากภาษีเงินได้นิติบุคคลที่เกี่ยวข้องกับกำไรที่จ่ายปันผล

A: ต้องเปรียบเทียบผลคำนวณทั้งสองวิธี เพราะการใช้เครดิตภาษีอาจคุ้มหรือไม่คุ้มขึ้นอยู่กับรายได้รวมและลักษณะของเงินปันผล

A: หากเลือกนำเงินปันผลไปรวมคำนวณภาษีประจำปี เครดิตภาษีที่มีสิทธิจะนำไปหักจากภาษีที่คำนวณได้ตามหลักเกณฑ์ จึงอาจช่วยลดภาษีสุทธิจากรายได้รวมทั้งปี

A: ได้ ผ่านระบบยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของกรมสรรพากร โดยต้องกรอกข้อมูลเงินปันผลและเครดิตภาษีให้ถูกต้อง

A: ไม่ผิด หากเลือกใช้ Final Tax สำหรับเงินปันผลที่เข้าเงื่อนไขตามกฎหมาย

แหล่งอ้างอิงหลัก

กรมสรรพากร — ประมวลรัษฎากร มาตรา 40(4)(ข), มาตรา 47 ทวิ และมาตรา 48(3)
กรมสรรพากร — แนวปฏิบัติเกี่ยวกับเครดิตภาษีเงินปันผลและการยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย — ข้อมูลภาษีเงินปันผลและการใช้ข้อมูลผู้ลงทุนประกอบการยื่นภาษี

ปรึกษาทีมงาน KPCS Accounting

แจ้งบริการที่ต้องการหรือข้อมูลเบื้องต้นของกิจการ ทีมงานจะติดต่อกลับเพื่อแนะนำบริการและประเมินขอบเขตงานที่เหมาะสม