ภาษีธุรกิจเฉพาะ ภ.ธ.40 คืออะไร? ใครต้องยื่นและเสียกี่เปอร์เซ็นต์

ประกอบธุรกิจการเงิน ให้กู้ยืมเงิน หรือขายอสังหาริมทรัพย์ อาจมีหน้าที่เสียภาษีธุรกิจเฉพาะ เรียนรู้ประเภทกิจการที่ต้องเสียภาษี วิธีคำนวณอัตรา 3.3% กำหนดยื่นแบบ ภ.ธ.40 และข้อควรระวังสำหรับผู้ประกอบการ

สรุปสิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับภาษีธุรกิจเฉพาะ
ภาษีธุรกิจเฉพาะ (Specific Business Tax: SBT) เป็นภาษีที่จัดเก็บจากการประกอบกิจการบางประเภทตามที่กฎหมายกำหนด เช่น ธุรกิจธนาคาร การประกอบกิจการเยี่ยงธนาคารพาณิชย์ และการขายอสังหาริมทรัพย์เป็นทางค้าหรือหากำไร โดยกิจการหลายประเภทใช้อัตราภาษี 3% และภาษีท้องถิ่นอีก 10% ของภาษีที่คำนวณได้ รวมเป็น 3.3% ผู้ประกอบการที่มีหน้าที่ยื่นแบบ ภ.ธ.40 ต้องยื่นเป็นรายเดือน แม้บางเดือนจะไม่มีรายรับ ส่วนการขายอสังหาริมทรัพย์บางกรณีมีวิธีชำระภาษีขณะจดทะเบียนโอนที่สำนักงานที่ดินโดยเฉพาะ

ภาษีธุรกิจเฉพาะ คืออะไร?

ภาษีธุรกิจเฉพาะ หรือ Specific Business Tax (SBT) คือ ภาษีตามประมวลรัษฎากรที่จัดเก็บจากการประกอบกิจการบางประเภทตามที่กฎหมายกำหนด โดยเริ่มใช้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2535 พร้อมกับระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม
ภาษีประเภทนี้ไม่ได้จัดเก็บจากทุกธุรกิจ แต่จะพิจารณาลักษณะกิจการและรายรับที่อยู่ในข่ายต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะเป็นสำคัญ
ฐานภาษีโดยทั่วไปคำนวณจากรายรับตามที่กฎหมายกำหนดก่อนหักรายจ่าย ไม่ใช่กำไรสุทธิของกิจการ

แบบ ภ.ธ.40 คืออะไร?

แบบ ภ.ธ.40 คือ แบบแสดงรายการภาษีธุรกิจเฉพาะที่ใช้แจ้งรายรับและคำนวณภาษีสำหรับผู้ประกอบกิจการที่มีหน้าที่เสียภาษีธุรกิจเฉพาะ
ข้อมูลสำคัญในแบบประกอบด้วยประเภทกิจการ รายรับที่ต้องเสียภาษี อัตราภาษี จำนวนภาษีธุรกิจเฉพาะ และภาษีท้องถิ่น
ผู้ประกอบการที่อยู่ในระบบการยื่นแบบรายเดือนต้องยื่น ภ.ธ.40 ตามกำหนด แม้ในเดือนนั้นจะไม่มีรายรับก็ตาม

กิจการประเภทใดต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ?

ตัวอย่างกิจการที่อยู่ในข่ายภาษีธุรกิจเฉพาะตามประมวลรัษฎากร ได้แก่

  • การธนาคารตามกฎหมายว่าด้วยการธนาคารพาณิชย์
  • การประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์
  • การรับประกันชีวิตตามกฎหมาย
  • การรับจำนำตามกฎหมาย
  • การประกอบกิจการเยี่ยงธนาคารพาณิชย์ เช่น การให้กู้ยืมเงินในลักษณะที่กฎหมายกำหนด
  • การขายอสังหาริมทรัพย์เป็นทางค้าหรือหากำไร
  • การขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ตามขอบเขตที่กฎหมายกำหนด
  • การซื้อและขายคืนหลักทรัพย์ และกิจการอื่นที่กฎหมายกำหนด

ทั้งนี้ บางกิจการหรือบางรายรับอาจได้รับยกเว้นหรือลดอัตราภาษีตามกฎหมายเฉพาะ จึงต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนคำนวณภาษี

ความรู้จากประสบการณ์ที่นำมาใช้กับทุกบทความ

ด้วยประสบการณ์ด้านบัญชีและภาษีมากกว่า 30 ปี KPCS Accounting นำความเข้าใจจากการดูแลธุรกิจจริงมาถ่ายทอดเป็นบทความด้านบัญชี ภาษี กฎหมายธุรกิจ
และเรื่องสำคัญสำหรับผู้ประกอบการเนื้อหาถูกจัดทำให้เข้าใจง่าย และเชื่อมโยงกับสถานการณ์ที่ผู้ประกอบการพบในการดำเนินธุรกิจ
เพื่อช่วยให้สามารถนำข้อมูลไปใช้ประกอบการตัดสินใจและเตรียมความพร้อมได้อย่างเหมาะสม

ภาษีธุรกิจเฉพาะเสียกี่เปอร์เซ็นต์?

อัตราภาษีธุรกิจเฉพาะแตกต่างกันตามประเภทกิจการและฐานรายรับ โดยอัตราตามกฎหมายประกอบด้วย 0.1%, 2.5% และ 3% และต้องพิจารณาบทบัญญัติลดอัตราหรือยกเว้นภาษีที่ใช้กับกิจการนั้นด้วย
ตัวอย่างอัตราที่ใช้กับกิจการทั่วไปบางประเภท

การประกอบกิจการเยี่ยงธนาคารพาณิชย์ที่เข้าเงื่อนไขอัตรา 3%

3%

3.3%

การขายอสังหาริมทรัพย์เป็นทางค้าหรือหากำไรทั่วไป

3%

3.3%

การรับประกันชีวิต สำหรับรายรับที่อยู่ในฐานภาษีตามกฎหมาย

2.5%

2.75%

การรับจำนำ สำหรับรายรับที่อยู่ในฐานภาษีตามกฎหมาย

2.5%

2.75%

ตารางนี้เป็นตัวอย่างอัตราพื้นฐาน ไม่ครอบคลุมกรณีลดอัตรา ยกเว้น หรือมาตรการพิเศษทั้งหมด

วิธีคำนวณภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3%

การคำนวณภาษีธุรกิจเฉพาะต้องพิจารณาฐานรายรับของกิจการก่อน แล้วคำนวณภาษีตามอัตราที่เกี่ยวข้อง
ภาษีธุรกิจเฉพาะ = ฐานภาษี × อัตราภาษี
ภาษีท้องถิ่น = ภาษีธุรกิจเฉพาะ × 10%
ภาษีรวมที่ต้องชำระ = ภาษีธุรกิจเฉพาะ + ภาษีท้องถิ่น

ตัวอย่างการคำนวณภาษีธุรกิจเฉพาะ

สมมติว่าบริษัทมีรายรับจากกิจการที่อยู่ในข่ายเสียภาษีธุรกิจเฉพาะอัตรา 3% จำนวน 500,000 บาท โดยไม่มีรายการยกเว้นหรือลดอัตรา

ฐานรายรับที่ต้องเสียภาษี

500,000 บาท

ภาษีธุรกิจเฉพาะ 3%

15,000 บาท

ภาษีท้องถิ่น 10% ของภาษี

1,500 บาท

ภาษีรวมที่ต้องชำระ

16,500 บาท

ดังนั้น กิจการในตัวอย่างต้องชำระภาษีรวม 16,500 บาท หรือเทียบเท่า 3.3% ของฐานรายรับ
ข้อควรระวังคือ ไม่สามารถนำค่าใช้จ่ายดำเนินงานมาหักจากฐานรายรับได้โดยทั่วไป เว้นแต่กฎหมายกำหนดวิธีคำนวณฐานภาษีของกิจการนั้นไว้เป็นพิเศษ

ภ.ธ.40 ต้องยื่นภายในวันที่เท่าไร?

ผู้ประกอบการที่มีหน้าที่ยื่นแบบ ภ.ธ.40 รายเดือน ต้องยื่นแบบภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไปตามกำหนดปกติ
สำหรับการยื่นผ่านระบบอินเทอร์เน็ต มีการขยายกำหนดเวลาตามประกาศที่เกี่ยวข้อง โดยปฏิทินภาษีของกรมสรรพากรปี 2569 ระบุวันที่ 23 ของเดือนถัดไปสำหรับการยื่น ภ.ธ.40 ทางอินเทอร์เน็ตในเดือนทั่วไป
หากวันครบกำหนดตรงกับวันหยุดราชการ ต้องตรวจสอบวันยื่นที่ปรับตามปฏิทินภาษีของกรมสรรพากร

ยื่นแบบกระดาษ

ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป

ยื่นผ่านอินเทอร์เน็ต

ภายในวันที่ 23 ของเดือนถัดไป เมื่อเข้าเงื่อนไขการขยายเวลา

ขายอสังหาริมทรัพย์ที่ต้องชำระขณะโอน

ขณะจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม

ไม่มีรายรับ ต้องยื่น ภ.ธ.40 หรือไม่?

ผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะและมีหน้าที่ยื่นแบบรายเดือน ต้องยื่นแบบ ภ.ธ.40 แม้เดือนนั้นจะไม่มีรายรับ
ตัวอย่างเช่น บริษัทประกอบกิจการให้กู้ยืมเงินที่อยู่ในข่ายภาษีธุรกิจเฉพาะ แต่เดือนหนึ่งไม่มีรายรับที่ต้องเสียภาษี บริษัทก็ยังมีหน้าที่ยื่นแบบตามหลักเกณฑ์
อย่างไรก็ตาม กิจการที่กฎหมายยกเว้นไม่ต้องจดทะเบียน หรือมีวิธีเสียภาษีเฉพาะกรณี ต้องพิจารณาหน้าที่แยกต่างหาก

ภาษีธุรกิจเฉพาะไม่ถึง 100 บาท ต้องจ่ายหรือไม่?

หากภาษีธุรกิจเฉพาะในเดือนภาษีนั้นเมื่อรวมคำนวณแล้วมีจำนวนไม่ถึง 100 บาท ผู้ประกอบการไม่ต้องชำระภาษีสำหรับเดือนนั้นตามหลักเกณฑ์กรมสรรพากร
แต่หากมีหน้าที่ยื่นแบบรายเดือน ยังคงต้องยื่น ภ.ธ.40 ตามปกติ
ดังนั้น การไม่ต้องชำระภาษีไม่ได้หมายความว่าไม่มีหน้าที่ยื่นแบบ

ขายที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์ ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะหรือไม่?

การขายอสังหาริมทรัพย์อาจอยู่ในข่ายต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ หากเป็นการขายเป็นทางค้าหรือหากำไรตามเงื่อนไขของกฎหมาย กรณีที่พบได้ เช่น การขายอสังหาริมทรัพย์ภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด การขายโดยผู้ประกอบกิจการจัดสรรที่ดิน หรือการขายในลักษณะธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่การขายที่ดินหรือบ้านทุกครั้งจะต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ เพราะมีข้อยกเว้นและเงื่อนไขเฉพาะที่ต้องพิจารณา

ขายบ้านหรือที่ดินภายใน 5 ปี ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะไหม?

การขายอสังหาริมทรัพย์ภายใน 5 ปีนับแต่วันที่ได้มาเป็นหนึ่งในกรณีที่อาจเข้าข่ายการขายเป็นทางค้าหรือหากำไร แต่ยังต้องพิจารณาข้อยกเว้นตามกฎหมาย เช่น กรณีที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านตามระยะเวลาที่กำหนด
การคำนวณภาษีสำหรับการโอนอสังหาริมทรัพย์ต้องตรวจสอบฐานภาษีและราคาประเมินตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องด้วย

ภาษีธุรกิจเฉพาะต่างจาก VAT อย่างไร?

ประเภทกิจการ

กิจการเฉพาะตามกฎหมาย

การขายสินค้าหรือให้บริการที่อยู่ในระบบ VAT

ฐานภาษี

รายรับตามฐานภาษีของแต่ละกิจการ

มูลค่าสินค้าหรือบริการตามกฎหมาย

แบบแสดงรายการ

ภ.ธ.40

ภ.พ.30

อัตราภาษี

แตกต่างตามกิจการ

อัตราทั่วไปที่ใช้อยู่ 7%

ภาษีซื้อ

ไม่มีระบบเครดิตภาษีซื้อแบบ VAT

มีระบบภาษีซื้อและภาษีขายตามเงื่อนไข

กิจการที่อยู่ในข่ายภาษีธุรกิจเฉพาะโดยทั่วไปไม่ต้องเสีย VAT สำหรับกิจกรรมนั้น แต่หากผู้ประกอบการมีธุรกิจหลายประเภท อาจมีหน้าที่เสียภาษีต่างกันตามแต่ละกิจกรรม

ต้องจดทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะเมื่อไร?

ผู้ประกอบการที่มีหน้าที่จดทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะต้องยื่นคำขอจดทะเบียนภายใน 30 วันนับแต่วันเริ่มประกอบกิจการ ตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร
แบบที่ใช้สำหรับการจดทะเบียนคือ ภ.ธ.01 ซึ่งต่างจากแบบ ภ.ธ.40 ที่ใช้สำหรับแสดงรายการและชำระภาษี
อย่างไรก็ตาม กิจการบางประเภทอาจได้รับยกเว้นหน้าที่จดทะเบียน จึงควรตรวจสอบก่อนดำเนินการ

เอกสารที่ต้องเตรียมสำหรับยื่น ภ.ธ.40

เอกสารและข้อมูลที่ควรเตรียม ได้แก่

  • เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรและข้อมูลสถานประกอบการ
  • รายงานแสดงรายรับที่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ
  • รายละเอียดประเภทกิจการและอัตราภาษีที่เกี่ยวข้อง
  • เอกสารประกอบรายรับ เช่น สัญญาและหลักฐานรับเงิน
  • ข้อมูลรายรับที่ได้รับยกเว้นหรือไม่ต้องนำมารวมคำนวณ
  • ข้อมูลแบบที่ยื่นก่อนหน้า หากเป็นการยื่นเพิ่มเติม

เอกสารที่ใช้จริงขึ้นอยู่กับประเภทกิจการและวิธีการยื่นแบบ

ขั้นตอนการยื่นแบบ ภ.ธ.40

  • รวบรวมรายรับประจำเดือน ตรวจสอบรายการที่อยู่ในข่ายต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ
  • ตรวจสอบอัตราภาษี แยกฐานรายรับตามประเภทกิจการและสิทธิยกเว้นหรือลดอัตรา
  • คำนวณภาษี คำนวณภาษีธุรกิจเฉพาะและภาษีท้องถิ่น
  • กรอกแบบ ภ.ธ.40 ตรวจสอบข้อมูลผู้ประกอบการ เดือนภาษี และยอดภาษี
  • ยื่นแบบและชำระภาษี ภายในกำหนด พร้อมเก็บหลักฐานสำหรับการตรวจสอบ

ยื่น ภ.ธ.40 ล่าช้าหรือไม่ยื่น มีผลอย่างไร?

หากยื่นแบบล่าช้าหรือชำระภาษีไม่ครบ อาจมีความรับผิดทั้งเงินเพิ่ม เบี้ยปรับ และโทษตามกฎหมาย ขึ้นอยู่กับลักษณะความผิด โดยทั่วไป เงินเพิ่มสำหรับภาษีที่ชำระเกินกำหนดคิดในอัตรา 1.5% ต่อเดือนหรือเศษของเดือนของภาษีที่ต้องชำระ ภายใต้ข้อจำกัดและเงื่อนไขตามกฎหมาย
ส่วนเบี้ยปรับอาจแตกต่างกันตามกรณี และอาจมีสิทธิลดเบี้ยปรับตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
หากพบว่ายื่นแบบผิดหรือขาดยื่น ควรตรวจสอบเดือนภาษีและดำเนินการแก้ไขโดยเร็ว

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเกี่ยวกับภาษีธุรกิจเฉพาะ

  • เข้าใจว่าธุรกิจทุกประเภทต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ
  • ใช้อัตรา 3.3% กับทุกกิจการโดยไม่ตรวจสอบอัตราที่ถูกต้อง
  • คำนวณภาษีจากกำไรสุทธิแทนฐานรายรับตามกฎหมาย
  • ไม่ยื่น ภ.ธ.40 เพราะไม่มีรายรับในเดือนนั้น
  • สับสนระหว่างแบบ ภ.ธ.01 และ ภ.ธ.40
  • เข้าใจว่าการขายอสังหาริมทรัพย์ทุกกรณีต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ
  • ไม่ตรวจสอบข้อยกเว้นและมาตรการลดอัตราภาษี

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับภาษีธุรกิจเฉพาะและ ภ.ธ.40

A: คือภาษีที่จัดเก็บจากการประกอบกิจการบางประเภทตามประมวลรัษฎากร เช่น ธุรกิจการเงิน การประกอบกิจการเยี่ยงธนาคารพาณิชย์ และการขายอสังหาริมทรัพย์เป็นทางค้าหรือหากำไร

A: เป็นแบบแสดงรายการภาษีธุรกิจเฉพาะ ใช้แจ้งรายรับและคำนวณภาษีของผู้ประกอบกิจการที่มีหน้าที่ยื่นแบบตามกฎหมาย

A: อัตราภาษีแตกต่างตามประเภทกิจการ โดยกิจการหลายประเภทเสียภาษี 3% และภาษีท้องถิ่นอีก 10% ของภาษี คิดรวมเป็น 3.3% แต่บางกิจการใช้อัตราอื่นหรือได้รับยกเว้น

A: คำนวณจากฐานรายรับที่กฎหมายกำหนด ไม่ใช่กำไรสุทธิ เช่น ฐานรายรับ 100,000 บาท ที่ใช้อัตรารวม 3.3% จะมีภาษี 3,300 บาท

A: ผู้ประกอบการที่จดทะเบียนและมีหน้าที่ยื่นแบบรายเดือนต้องยื่นทุกเดือน แม้บางเดือนจะไม่มีรายรับก็ตาม

A: กำหนดปกติคือวันที่ 15 ของเดือนถัดไป ส่วนการยื่นทางอินเทอร์เน็ตที่เข้าเงื่อนไขขยายเวลา โดยทั่วไปกำหนดวันที่ 23 ของเดือนถัดไป ควรตรวจสอบปฏิทินภาษีแต่ละเดือน

A: หากเป็นผู้ประกอบการที่มีหน้าที่ยื่นแบบรายเดือน ยังต้องยื่น ภ.ธ.40 แม้เดือนนั้นไม่มีรายรับ

A: หากภาษีที่คำนวณรวมในเดือนนั้นไม่ถึง 100 บาท ไม่ต้องชำระภาษีสำหรับเดือนดังกล่าว แต่ยังต้องยื่นแบบหากมีหน้าที่ตามกฎหมาย

A: ภาษีธุรกิจเฉพาะใช้กับกิจการเฉพาะที่กฎหมายกำหนด ส่วน VAT ใช้กับการขายสินค้าหรือให้บริการที่อยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยมีฐานภาษี วิธีคำนวณ และแบบยื่นแตกต่างกัน

A: ขึ้นอยู่กับลักษณะการขาย ระยะเวลาถือครอง และข้อยกเว้นตามกฎหมาย ไม่ใช่การขายบ้านทุกครั้งจะต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ

A: อาจต้องเสียหากเข้าข่ายการขายเป็นทางค้าหรือหากำไร แต่ต้องตรวจสอบข้อยกเว้น เช่น การมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด

A: กรณีขายอสังหาริมทรัพย์ที่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะขณะจดทะเบียนโอน โดยทั่วไปชำระภาษีต่อเจ้าหน้าที่ผู้รับจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม ณ สำนักงานที่ดิน

A: ต้องพิจารณาลักษณะการให้กู้ยืมเงิน ดอกเบี้ย และข้อเท็จจริงของกิจการว่ามีรายรับที่เข้าข่ายการประกอบกิจการเยี่ยงธนาคารพาณิชย์หรือไม่ ไม่ควรสรุปจากการมีสัญญากู้ยืมเพียงอย่างเดียว

A: หากบริษัทจดทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะและมีหน้าที่ยื่นแบบรายเดือน ยังต้องยื่นแบบแม้ไม่มีรายรับ แต่บริษัททั่วไปที่ไม่ได้อยู่ในข่ายภาษีธุรกิจเฉพาะไม่ต้องยื่นแบบนี้เพียงเพราะเป็นนิติบุคคล

A: ภ.ธ.01 เป็นแบบคำขอจดทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะ ส่วน ภ.ธ.40 เป็นแบบแสดงรายการภาษีธุรกิจเฉพาะสำหรับรายรับและภาษีที่ต้องชำระ

A: สามารถยื่นผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของกรมสรรพากรได้ตามเงื่อนไขการใช้บริการ โดยควรตรวจสอบกำหนดเวลาและหลักฐานการยื่นแบบทุกครั้ง

A: ขึ้นอยู่กับจำนวนภาษีและลักษณะการยื่นล่าช้า อาจมีเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือนหรือเศษของเดือน รวมถึงเบี้ยปรับและโทษอื่นตามกฎหมาย

A: โดยทั่วไปคำนวณจากฐานรายรับตามกฎหมายก่อนหักรายจ่าย แต่กิจการบางประเภทมีวิธีกำหนดฐานภาษีเฉพาะ จึงต้องตรวจสอบประเภทกิจการก่อนคำนวณ

A: สำหรับกิจกรรมเดียวกันที่อยู่ในข่ายภาษีธุรกิจเฉพาะโดยทั่วไปจะไม่อยู่ในระบบ VAT แต่ผู้ประกอบการที่มีหลายกิจกรรมอาจมีหน้าที่เสียภาษีทั้งสองประเภทสำหรับรายรับคนละส่วน

A: ไม่จำเป็น เฉพาะผู้ประกอบการที่อยู่ในข่ายภาษีธุรกิจเฉพาะและมีหน้าที่ยื่นแบบตามกฎหมายเท่านั้น ไม่ใช่ทุกบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนต้องยื่น ภ.ธ.40

แหล่งอ้างอิงหลัก

กรมสรรพากร — ประมวลรัษฎากร มาตรา 91/1–91/21 ว่าด้วยภาษีธุรกิจเฉพาะ
กรมสรรพากร — คู่มือภาษีธุรกิจเฉพาะ เรื่องผู้มีหน้าที่เสียภาษี ฐานภาษี และอัตราภาษี
กรมสรรพากร — คำแนะนำการกรอกและยื่นแบบแสดงรายการภาษีธุรกิจเฉพาะ ภ.ธ.40 ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2568
กรมสรรพากร — ปฏิทินภาษีอากร พ.ศ. 2569 และกำหนดเวลายื่นแบบทางอินเทอร์เน็ต

ปรึกษาทีมงาน KPCS Accounting

แจ้งบริการที่ต้องการหรือข้อมูลเบื้องต้นของกิจการ ทีมงานจะติดต่อกลับเพื่อแนะนำบริการและประเมินขอบเขตงานที่เหมาะสม